ความเป็นอยู่ที่อยากแบ่งปัน


 
*นางวนิดา ประจันตะเสน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ    
     วันหนึ่งที่สถานีอนามัยบ้านนอกแห่งหนึ่ง วันนี้เป็นวันหยุดราชการมีเจ้าหน้าที่อยู่เวรรักษาพยาบาลนอกเวลาราชการอยู่ปฏิบัติหน้าที่ 1 คน นั่นคือตัวดิฉันเอง วันนั้นช่วงเวลาเช้าผู้รับบริการก็มีมาเรื่องๆ โรคส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปวดกล้ามเนื้อ เป็นหวัด ทำแผล บางครั้งก็จะมีผู้สูงอายุมาขอรับยาบำรุง ยานอนหลับ ยาคลายเครียด วันนี้ก็เช่นกัน มีคุณยายท่านหนึ่งมาพบกับดิฉันด้วยอาการเดิมที่ท่านเคยมา นั้นคือ” คุณหมอแม่มาขอยาเก่าอีกแล้วล่ะ แม่นอนบ่อหลับ “ ดิฉันก็คุยกับแกไปเรื่อยๆว่า ทำไมล่ะยายมีอะไรชวนให้ไม่อยากหลับเหรอเปล่าคะ พร้อมกับตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต ฟังเสียงหัวใจ ฟังเสียงปอด ไปตามขั้นตอนที่ร่ำเรียนมา ให้ดูน่าเชื่อถือทั้งที่พอจะรู้แล้วว่าแกต้องการอะไร แกก็เล่าให้เราฟังว่าแกคิดถึงลูกที่ตายไปแล้ว เป็นลูกชายคนเดียวของแก เสียชีวิตเมื่อ 5 ปีก่อนด้วยอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ ทุกครั้งที่มาสถานีอนามัย ท่านจะมาด้วยการขอยานอนหลับ ยาบำรุง พร้อมกับเล่าความไม่สบายใจให้ฟัง แล้วก็กลับบ้านด้วยความสบายใจ
     วันนี้ช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี ตกถึงช่วงบ่ายประมาณ 2 โมงเย็น มีผู้ชายตนหนึ่งเดินเข้ามาที่สถานีอนามัยด้วยใบหน้าที่ขึงขัง พร้อมที่จะมีเรื่องได้ทุกเวลา สะพายกระเป๋าเป้สีดำ พร้อมกระเป๋าใส่เสื้อผ้า อีกหนึ่งใบ เดินบ่นคนเดียวขณะเดินมาที่อนามัย เขาวางสัมภาระลงที่เก้าอี้รอตรวจ แล้วล้วงเอาวัตถุอย่างหนึ่งขึ้นมา นั่นคือมีดบังตอขนาดใหญ่พอที่จะฟันไม้ขนาดเท่าท่อนขาผู้ชายให้ขาดได้ในครั้งเดียวขึ้นมา แล้วเขาคนนั้นก็พูดว่า “วันนี้คงต้องได้ฟันหัวคนตายแน่ๆถ้าอยู่บ้าน มันต้องตายแน่” ในเวลานั้นดิฉันทราบได้ทันทีว่าเขาคนนั้นคือ คุณปราโมทย์ คุดดำ ผู้ป่วยจิตเวชในเขตรับผิดชอบของดิฉันเอง ซึ่งประวัติเขาจะเป็นคนป่วยที่มีความรู้เรื่องการรักษาของตัวเองดีมาก ยาตัวไหนกินแล้วดี สดชื่นสบายใจ จะกิน แต่ถ้ากินแล้วทำให้เขาไม่สุขสบายเช่น ง่วงซึม นอนมาก ตัวแข็งจะไม่กินยาตัวนั้น ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเมื่อเจอปราโมทย์จะไม่พบว่ามียาเดิมเหลือ เพราะ อสม, บอกว่า ปราโมทย์จะเอายาไปทิ้งในสวน ในนา ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลุงที่เป็นพี่ชายของพ่อซึ่งเป็นผู้ดูแล เอือมระอาอย่างมาก ลุงบอกว่าไม่ได้บ่อยให้มีเวลาอยู่คนเดียว แต่ลุงจะพาไปนา ไปสวน แต่ปราโมทย์ไม่ชอบไป ปราโมทย์ชอบไปนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ บางที่ก็ดื่มเหล้ากับเพื่อน สูบบุหรี่แต่ที่ทำเป็นประจำทุกวัน วันละหลายๆครั้งคือ กินกาแฟชงสำเร็จรูปโดยไม่ชงน้ำ เทจากซองลงในปากเลย วันละไม่ต่ำกว่า 3 ซอง ปราโมทย์จะเข้าออก ระหว่างบ้าน และโรงพยาบาลจิตเวชบ่อยมาก
     วันนี้ ปราโมทย์มาในมาดใหม่ ที่มีมีดในมือ มีอารมณ์ที่ดุดัน พร้อมที่จะมีเรื่องได้ทุกเมื่อ ดิฉันซึ่งอยู่คนเดียวในสถานีอนามัย ถามว่ากลัวมั๊ย กลัวสิ ถามได้ แต่เราต้องทำอะไรสักอย่างเพราะทุกครั้งที่ปราโมทย์เข้ามา อนามัยเขาจะบอกว่า “ผมไว้ใจแม่(คือดิฉัน)คนเดียวเท่านั้น” แล้วดิฉันก็คิดอีกว่า วันนี้เขาจะไว้ใจเราอยู่มั๊ยนะ เราจะเอาไหวไหมหนอคนเดียวกับ คนจิตไม่ปกติที่มีอาวุธในมือ ว่าแล้วก็ร้องถามออกไปว่า “ปราโมทย์วันนี้เป็นยังไง มาฉีดยาเหรอ แล้วทำไมถือมีดเล่มโตขนาดนั้น มันอันตรายนะถ้าถูกใครเข้า” ปราโมทย์บอก วันนี้อยู่บ้านไม่ได้ ถ้าอยู่บ้านต้องได้ฆ่าคนตายแน่ๆ ดิฉันก็พูดกล่อมให้เขาใจเย็น โดยบอกว่ายาที่ปราโมทย์เอามาฝากไว้ยังมีอยู่ เดี๋ยวจะฉีดให้ จะได้สบายใจ เขาไม่ยอมฉีดยา แต่ถือมีดเดินไปมาที่หน้าอาคาร ปากก็บ่นไปคนเดียว ดิฉันก็สังเกตปราโมทย์ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็โทรศัพท์หาเข้าหน้าที่ในโรงพยาบาลชนบท เพื่อขอคำแนะนำ และปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี ได้รับคำตอบว่าให้ปลดอาวุธให้ได้ก่อน แล้วส่งเข้ามาโรงพยาบาล ปราโมทย์ไม่ยอมฉีดยา ได้แต่เดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าอนามัย สักพักก็เดินเข้ามาหาดิฉันแล้วพูดว่า “แม่ขอเงินหน่อยครับผมจะไปโรงพยาบาล ไปเอายามากิน ผมไม่ฉีดแล้วยา ยาพวกนี้ช่วยผมไม่ได้ “ ดิฉันเลยควักเงินให้ไป 20 บาท แล้วเขาก็เดินออกไป ไม่นานเขาก็เดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า “แม่ครับผมจะฉีดยา แล้ว ผมไว้ใจแม่คนเดียว แต่ฉีดยาแล้วแม่ต้องส่งผมไปรับยากินที่ชนบท” ในขณะที่พูดในมือยังถือมีดโต้เล่มเดิมอยู่ ดิฉันจึงบอกว่า ถ้าจะฉีดยาต้องวางมีดไว้ก่อน ไม่งั้นฉีดไม่ได้ หมอกลัวมีด แล้วถ้าต้องไปโรงพยาบาลต้องเก็บมีดไว้ที่นี่ ไม่งั้นผิดกฎหมายตำรวจจับ เอาอาวุธเข้าโรงพยาบาลไม่ได้ แล้วทุกอย่างก็ลงเอยด้วยความเรียบร้อย ปราโมทย์วางอาวุธแล้วเดินขึ้นรถ 1669 ไปโรงพยาบาลชนบท แต่โดยดี หลังจากนั้นอีกไม่นานดิฉันก็ได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลจิตเวชว่าให้ญาติมารับคุณปราโมทย์ด้วย ตอนนี้หายดีแล้ว
     ด้วยทั้งหมดที่เล่ามามันคือชีวิตของเจ้าหน้าที่ หรือพยาบาลสถานีอนามัยที่ปฏิบัติงานในชุมชนประตูหน้าด่านของสาธารณสุขไทย ที่มีความเสี่ยงทุกวินาที ที่ทำงาน