“จากวันมืดมน จนวันฟ้าใส” |
|
| *นางเกศสุดา ฮาดแสนเมือง พยาบาลเทคนิคชำนาญงาน |
| ดิฉันย้ายสถานที่ทำงานจากสถานีอนามัยตำบลบ้านโต้น อ.พระยืน จังหวัดขอนแก่น มาอยู่ที่ทำงานใหม่ คือ สถานีอนามัยบ้านป่าหม้อ อ.พระยืนได้ 12 ปีแล้ว จากประสบการณ์ทำงานกว่า 14 ปี มีหน้าที่ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ติดตามเยี่ยมผู้ป่วยทั่วไปในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยที่มีปัญหาอื่นๆ แม้แต่กับผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิต แต่ก็ไม่เคยพบผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านการฆ่าตัวตาย เคยได้ยินข่าวแต่ในโทรทัศน์ ข่าวในต่างประเทศ เป็นส่วนใหญ่ ในชุมชรเองก็ไม่มี Case จนเมื่อ 5ปีก่อน เวลาบ่ายโมงเศษมีโทรศัพท์ประสานงานมาที่สถานีอนามัยบ้านป่าหม้อ บอกกับดิฉันว่ามีผู้ป่วยพยายามฆ่าตัวตาย ชื่อ นางแดง ศรีสุก (นามสมมุติ) ผู้ป่วยพยายามฆ่าตัวตายกินยานอนหลับประมาณ 20 เม็ด ช่วยติดตามเยี่ยมให้พี่ด้วยนะแล้วจะมีใบส่งตัวไปทีหลังหลังจากสิ้นเสียงทางโทรศัพท์ ดิฉันก็คิดว่า เอ๊ะ แม่แดงก็เพิ่งมารับยาคลายเครียด ไดอะซีแพม 2 มิลลิกรัมและไดอะซีแพม 5 มิลลิกรัมกับดิฉันเมื่อวันก่อนนี่นา ฟังเหมือนความผิดของฉันที่ไม่สามารถประเมินแม่แดงได้ก่อนหน้านี้ แกมารับยาก็พูดคุยปกติดี ไม่มีทีท่าของคนที่สิ้นหวังหรือมีปัญหามากมายอะไร มันทำให้ดิฉันอยากทราบว่า ต้องช่วยเหลือและให้การดูแลผู้ป่วยอย่างไร ในเมื่อดิฉันไม่มีประสบการณ์เลย จะผ่านหลักสูตรก็มีแต่การให้คำปรึกษาเท่านั้น ดิฉันเริ่มวางแผน เตรียมเอกสาร สอบถามจากพี่เขียวที่เป็นคนงานมราสถานีอนามัยบ้านหม้อ “พี่เขียวเคยได้ยินข่าวว่ามีปัญหาอะไรในครอบครัวหรือเปล่า” พี่เขียวก็เล่าให้ฟังคร่าวๆมันยิ่งทาให้ดิฉันทราบปัญหาของแม่แดง เป็นปัญหาที่น่าหนักอกหนักใจมาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เกี่ยวกับสามีที่มีเมียน้อย ดิฉันจะต้องเตรียมตนเอง ศึกษาข้อมูลจากแฟ้มข้อมูลครอบครัวเพื่อที่จะลงไปเยี่ยม กลัวเหมือนกันที่จะโดนถูกปฎิเสธและไม่ให้ความร่วมมือ พรุ่งนี้เราจะลงไปเยี่ยมผู้ป่วยด้วยกันนะพี่เขียว พร้อมกับการถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดิฉันเดินทางไปเยี่ยมแม่แดงเวลาประมาณ สามโมงเช้า บ้านแม่แดงฉันเคยมาเยี่ยมแล้วสองครั้ง แต่เป็นการเยี่ยมที่แตกต่างกัน คือเยี่ยมผู้สูงอายุ เยี่ยมหลังคลอด ครอบครัวแม่แดงอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 คน ลักษณะบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มุงด้วยสังกะสี มุงหญ้าคาออกมาด้านข้างเพื่อใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนตอนกลางวัน ดิฉันเดินเข้าไปหาแม่แดงที่นั่งอยู่แคร่ข้างบ้านด้วยสีหน้าเศร้า ฉันยิ้มและกล่าวสวัสดี ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจคิดว่า จะพูดยังไงดีที่จะไม่ทำให้แม่แดงรู้สึกท้อแท้ หมดหวังไปกว่านี้ ถ้าฉันพูดไปเรื่อยๆจนได้ถามถึงเรื่องที่พยายามฆ่าตัวตาย แม่แดงนิ่ง น้ำตาคลอเล็กน้อย บอกกับฉันว่า ถ้าฉันพูดให้หมอฟังฉันก็คงสาบใจขึ้นได้ เพราะที่บ้านไม่มีใครรับฟังฉันเลยและไม่เข้าใจฉันด้วย แล้วแม่แดงก็ได้เล่าให้ฉันฟัง ว่ามันเกิดขึ้นได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว เป็นมาเรื่อยๆ สามีมีเมียน้อย ตอนแรกไม่รู้เลยค่ะจนมันผิดสังเกตและถามสามีจึงยอมบอก และก็ไม่ยอมเลิกกับเมียน้อยเด็ดขาด ลูกชายก็อายุแค่ 16 ปี มีเมียแล้ว ทำงานก็ไม่เป็นหลักแหล่งแม่ก็แก่มากแล้ว มีอาการเจ็บป่วยบ่อยไม่แข็งแรง ลูกสาวก็อยู่ไกล ทะเลาะกับแฟนบ่อย “ดูซิหมอ มันน่าน้อยใจ ฉันเหนื่อย” จนฉันถามว่าแล้วอะไรที่ทำให้แม่แดงตัดสินใจครั้งสุดท้ายที่จะไปจากโลกนี้ มันบอกจะพาเมียน้อยมาขออยู่ที่บ้าน ฉันยอมไม่ได้ ฉันเสียใจ ร้องไห้ทั้งคืน จึงขอยานอนหลับกับหมอนั่นแหละ ความคิดแค่วูบเดียวมันไม่คิดอะไรแล้ว ฉันทำไปแล้วก็เสียใจมาคิดอีกทีก็สงสารแม่ กว่าชีวิตจะรอมาได้มันทรมานมาก หลังจากพูดคุยกันกว่า 1 ชั่วโมงฉันก็ขอตัวกลับนัดเยี่ยมครั้งต่อไปอีก 1 สัปดาห์ ฉันกลับมาที่สถานีอนามัย พร้อมจดบันทึกรายละเอียดผู้ป่วยไว้ และฝาก อสม.ให้ช่วยดูแล ฉันหวังว่าการเยี่ยมผู้ป่วยของฉัน คงจะช่วยบรรเทาและและเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยได้ การเยี่ยมบ้านของฉันคงไม่ทำให้แม่แดงคิดฆ่าตัวตายเป็นครั้งที่สอง หลังจากครบ 1 สัปดาห์ ฉันไปเยี่ยมแม่แดงที่บ้าน ฉันกล่าวทักทายและยิ้มให้แม่แดงก่อน วันนี้มีรอยยิ้มที่แตกต่างจากวันแรกที่ฉันมาเยี่ยม ดูสดชื่นขึ้น ฉันนั่งลงข้างๆแม่แดง แม้จะยิ้มได้แต่มันก็แฝงด้วยรอยยิ้มที่มีความเศร้า “เป็นอย่างไรบ้างค่ะ แม่แดง” มันก็ดีขึ้นค่ะ ตอนนี้ทุกคนก็อยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนฉัน เรื่องผัวก็ต้องทำใจปล่อยมันไปสักพัก ตอนนี้ลูกสาวที่อยู่โคราชก็ชวนไปอยู่ด้วย เดี๋ยววันสองวันนี้เขาจะมารับ ฉันพูดคุยและให้กำลังใจแม่แดง ก่อนที่จะลากลับ ตงจะต้องติดตามข่าวและดูแลต่อไป ฉันมีความรู้สึกดีใจมาที่ฉันมีโอกาสได้ช่วยเหลือ ผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตายให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตอยู่ได้ในสังคมปกติ แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจนัก ว่ามันสำเร็จได้ด้วยตัวฉันเองหรือเพราะเหตุใด ฉันคิดว่ามันคงไม่โชคดีอย่างทุกครั้งที่จะสามารถช่วยผู้ป่วยได้ทุกราย เพราะปัญหาครอบครัวแต่ละครอบครัวเป็นปัญหาที่ลึกซึ้งและละเอียดอ่อน ฉันคิดว่าเราคงต้องมีการพัฒนาเรื่องขององค์ความรู้ แบบเก็บข้อมูล หรือทักษะอื่นๆเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตัวน้อยๆอย่างฉันสามารถทำงานได้โดยไม่หวาดหวั่นเหมือนครั้งนี้ ฉันติดตามข่าวของแม่แดงเป็นระยะๆ แม่แดงมีกำลังใจดีขึ้น ไปเลี้ยงหลานที่โคราชกลับมาเยี่ยมบ้านบางครั้ง แกพาหลานมาเยี่ยมฉันที่อนามัย ด้วยใบหน้าอิ่มสุข บอกกับฉันว่าเรื่องต่างๆที่มืดมนจำกำลังผ่านไป ตอนนี้ฉันมีกำลังใจ มีคนที่ต้องดูแล และมีความสุขแล้ว ฉันมองใบหน้ามีรอยยิ้ม แววตาที่มองหลานน้อย อย่างมีความสุขและเสียงหัวเราะของยายาหลานที่เดินหยอกล้อกันออกจากสถานีอนามัยบ้านป่าหม้อไปอย่างช้าๆ จนลับสายตา
|
|