ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ
1
ปี กว่าที่ผ่านมาได้มีผู้พูดถึงความเครียดมากขึ้น
ดูเหมือนว่าพวกเราทุกคนจะเครียดกันไปหมด นอกจากเรื่องเศรษฐกิจ
ปากท้อง หรือเรื่องการงานแล้วยังจะมีปัญหาของลูก หลาน
ที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงในสังคมหรือยาเสพติดที่แพร่หลายอยู่ในทุกวันนี้
ในทางวิชาการ
ความเครียดหมายถึงปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจ
ที่มีต่อสิ่งที่มากระตุ้น
ซึ่งคำว่าปฏิกิริยาก็ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง
อาจจะเป็นการตอบสนองของร่างกายบางส่วน เช่น ปวดหัว
หัวใจเต้นแรง เหงื่อออก หรือเป็นความรู้สึกกระวนกระวาย
และสิ่งที่มากระตุ้น
หรือสิ่งเร้าที่จะทำให้เกิดความเครียดก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน
ว่ากันว่ามนุษย์รู้จักความเครียด ครั้งแรก
ก็เมื่อตื่นนอนเดินออกจากถ้ำที่พักในตอนเช้าแล้วมาเจอเสือเขี้ยวดาบยืนแสยะยิ้มรออยู่ปากถ้ำ
(สมมุติว่าก่อนหน้านั้นไม่เคยเจออะไรที่น่ากลัวเท่านี้มาก่อน)
ปฏิกิริยาของบรรพบุรุษของเรา ท่านนั้นก็อาจจะออกมาได้สองแบบ
คือ
วิ่งเข้าต่อสู้กับเจ้าเสือเขี้ยวดาบนั้นด้วยมือเปล่าหรือกระบอง
(ถ้ามี) หรือวิ่งหนีเข้าถ้ำไปแอบจนกว่าเสือจะผ่านไป
ความอกสั่นขวัญแขวนที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความกลัว
จนไม่กล้าออกไปล่าสัตว์อีกต่อไป
ก็กลายมาเป็นต้นแบบของโรคประสาทชนิดหนึ่ง
ของลูกหลานมนุษย์ในเวลาต่อมา
ผู้เขียนบอกว่า
“ความเครียด”
เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของพวกเรา
ก็คงฟังแปลกออกไป เพราะดูเหมือนว่าในขณะนี้
พวกเราพยายามหาวิธีที่จะลดความเครียด ให้เหลือน้อยที่สุด
แต่ถ้าปราศจากความเครียดแล้ว
ชีวิตของมนุษย์คงจะลดสีสันและน่าเบื่อ
ความเครียดเหมือนกับผงชูรสที่เพิ่มรสชาตให้กับชีวิต
เป็นสิ่งที่ท้าทายในการดำรงอยู่ของพวกเราทุกคน ความเครียดที่มาก
และติดต่อกันนานเกินไปต่างหากที่จะมีผลร้ายต่อร่างกายและจิตใจของเรา
เพราะฉะนั้นจึงมีบางอย่างที่เราควรรู้เกี่ยวกับความเครียดสักห้าประการ
คือ
ประการแรก
..
คนทุกคนจะเครียดเหมือน ๆ กัน เมื่ออยู่ในภาวะเดียวกัน
ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด
คนเราจะมีปฏิกิริยาต่อความเครียดแตกต่างกันออกไป
แม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกัน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ
นักเรียนที่ฟังการประกาศผลสอบเอนทรานซ์ ในคนที่สอบไม่ได้เหมือน
ๆ กัน ทุกคนจะรู้สึกเสียใจผิดหวัง แต่ปฏิกิริยาต่างกัน
บางคนเฉย ๆ บางคนร้องห่มร้องไห้
บางคนหลบหน้าเพื่อนฝูงเพื่อขอเวลาทำใจ
และในบางคนอาจจะซึมเศร้ามากจนคิดฆ่าตัวตายก็มี
ประการที่สอง .. ความเครียดเป็นสิ่งไม่ดี
ความคิดที่ว่าไม่มีความเครียดเลยจะดีที่สุดเป็นความคิดที่ยังไม่ถูกต้องทีเดียวนัก
ความเครียดต่อมนุษย์เปรียบได้กับความตึงที่เราขึงสายไวโอลิน
ถ้าขึงหย่อนหรือตึงไปก็จะทำให้เสียงไวโอลินผิดเพี้ยนไป
ความเครียดอาจจะเป็นอุปสรรคหรือเพิ่มสีสันให้กับชีวิตจะขึ้นอยู่กับวิธีที่เรา
“จัดการ”
กับมันมากกว่า
ประการที่สาม .. ไปที่ไหนก็มีแต่ความเครียด จะทำอะไรได้
มีผู้ที่คิดเช่นนี้มากมาย
แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น
ถ้าเรารู้จักคิดและวางแผนในการจัดการรับความเครียดไม่ให้มาท่วมท้นเรา
การจัดลำดับความเครียด จากน้อยไปหามาก และค่อย ๆ
แก้ปัญหาไปตามความยากง่ายของต้นเหตุที่ทำให้เราเครียด
ถ้าเราไม่จัดการกับความเครียด
ไม่สามารถจัดลำดับชั้นความเครียดได้
จะทำให้ปัญหาทุกอย่างใหญ่เท่า ๆ กัน
และดูเหมือนจะมีความเครียดไปทุกแห่งจนแก้ไขอะไร
ไม่ได้ ไม่ได้
ประการที่สี่ ..
วิธีคลายเครียดที่เป็นยอดนิยมเป็นวิธีที่ดีที่สุด
สำหรับเรา..
เช่นเดียวกัน ไม่มีวิธีคลายเครียดแบบใดที่จะใช้ได้ผลกับทุก ๆ คน
วิธีดำเนินชีวิตของเราแตกต่างกัน พบสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน
ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาของเราจึงแตกต่างกันไป
วิธีคลายเครียดที่ใช้ได้ผลกับคน ๆ หนึ่ง
อาจไม่ได้ผลกับเรามากนัก ควรใช้วิธีคลายเครียดหลาย ๆ
อย่างเลือกให้เหมาะสมกับตัวเรา
ประการที่ห้า .. ถ้าไม่มีอาการทางกายแปลว่าไม่เครียด ..
ตามความเป็นจริงแล้วการไม่มีอาการทางกาย
เช่น ปวดหัว ใจสั่น ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความเครียด
บางคนอาจใช้ยาเพื่อลดอาการทั้งทางร่างกายและจิตใจลงไปได้
แต่ยังมีความเครียดอยู่ บางคนอาจจะพูดว่าไม่เคยเครียดเลย
หรือเป็นคนไม่เครียดตลอดชีวิต ดูจะเป็นความสามารถเฉพาะตัว
ที่จากจะลอกเลียนแบบได้
ถ้าท่านคิดว่าท่านมีความเครียดและต้องการ
“จัดการ”
กับความเครียดอาจทำได้ โดยการศึกษาหาความรู้จากหนังสือ
สื่อต่าง ๆ หรือทางโทรศัพท์ ฮอตไลน์ของทั้งรัฐและเอกชน เช่น
หมายเลข
1667
ของกรมสุขภาพจิต
หรือหาทางพูดคุยกับผู้ที่คิดว่าจะช่วยเหลือท่านได้ |