โลกไซเบอร์เกี่ยวกับภาพหญิงสาวในอากัปกิริยากำลังลองชุดชั้นในหรือกำลังทำธุระในห้องน้ำ
หรือภาพที่ถ่ายจากกล้องวิดีโอติด อินฟราเรด
ทำให้ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
เพราะรูปนั้นเห็นทะลุไปถึงข้างใน
สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมของคนโรคจิต
ที่นำความเจริญทางเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นภัยแก่สังคม
ทุกวันนี้
เทคโนโลยีมีบทบาทกับมนุษย์เราเป็นอย่างมาก
เรียกได้ว่าแทบจะทุกสาขาอาชีพเลยก็ว่าได้ที่นำเทคโนโลยีมา
ใช้ให้เกิดประโยชน์
แต่ก็มีคนบางพวกนำเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่ผิด
และเป็นภัยแก่ผู้อื่น
ดังเช่นที่เคยเป็นเรื่องฮือฮาแก่
โลกไซเบอร์เกี่ยวกับภาพหญิงสาวในอากัปกิริยากำลังลองชุดชั้นในหรือกำลังทำธุระในห้องน้ำ
หรือภาพที่ถ่ายจากกล้องวิดีโอติด อินฟราเรด
ทำให้ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
เพราะรูปนั้นเห็นทะลุไปถึงข้างใน
สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมของคนโรคจิต
ที่นำความเจริญทางเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นภัยแก่สังคม
ภาพหญิงสาวในห้องลองเสื้อ ซึ่งคาดว่าเป็นห้องลองเสื้อใน
ประเทศญี่ปุ่น
นักถ้ำมองหรือคนโรคจิตได้พัฒนาจากแต่เดิมใช้ตาเปล่าๆ แอบดู
ก็เปลี่ยนมาใช้
กล้องจิ๋วไฮเทค หรือที่เรียกกันว่า กล้องสืบสวน
มาใช้บันทึกภาพสาวๆ
ที่กำลังลองชุดชั้นในในห้องลองเสื้อตามห้างสรรพสินค้า
หรือนำไปซ่อนไว้ในห้องน้ำหญิง
เพื่อได้เห็นพฤติกรรมของคุณผู้หญิงขณะทำธุระส่วนตัว
จากนั้นก็จะนำภาพเหล่านี้ไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตตามเว็บไซต์ต่างๆ
หรือส่งเป็นเมลลูกโซ่ เท่านั้นยังไม่พอ
พวกหัวการค้าบางคนนำภาพเหล่านั้นบันทึกลงเป็นวิดีโอ ซีดี
วีซีดี ขายกันอย่าง
โจ๋งครึ่มในตลาดมืดไว้ให้พวกโรคจิตด้วยกันได้ซื้อหาเพื่อสนองอารมณ์อยาก
กล้องจิ๋วนั้นมีขนาดเล็กมากมีทั้งขนาดเท่าเหรียญบาท
เท่าหัวไม้ขีด หรือ
เท่ารูเข็มเลยทีเดียว ส่วนประกอบของกล้องก็มี
หน่วยรับภาพซีซีดี ซึ่งมีขนาด
เล็กเท่าแสตมป์ และมีเลนส์ขนาดเล็กประมาณปลายนิ้วก้อยเท่านั้น
ส่วนตัวกล้องจะมีไฟเบอร์ที่สามารถยืด ดัด หรือ งอได้
ทำให้สามารถ ซ่อนกล้อง
จากจุดหนึ่งโผล่เลื้อยไปยังอีกจุดหนึ่งได้ และสามารถซ่อนไว้
ที่ไหนก็ได้
ไม่ว่าจะเป็นถังขยะ เพดาน หรือแม้แต่ในชักโครก
สนนราคากล้องอยู่ที่
4-5
พันบาทเท่านั้น ทำให้ง่ายต่อการที่พวกโรคจิต
จะหาซื้อมาปฏิบัติการ
จุดที่พวกโรคจิตเหล่านี้ชอบลงมือไม่ใช่เฉพาะในห้องน้ำ
และห้องลองเสื้อของสาวๆ ยังมีตามห้องพักโรงแรม บันไดเลื่อน
หรือเชิงสะพานลอย
ส่วนเหยื่อก็มีทั้งนักเรียน นักศึกษา และสาวออฟฟิศ
วิธีป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อ คือ
ต้องสังเกตจุดที่เหมาะแก่การซุกซ่อน โดยให้
สังเกตจากชิ้นส่วนสำคัญของกล้อง คือ
เลนส์ ด้วยวิธีปิดไฟ แล้วสังเกตว่ามีวัสดุที่คล้ายแก้ว
แวววาวในจุดหลบซ่อนต่างๆ
หรือไม่ ถ้ามีให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า อาจมีกล้องซ่อนอยู่
ฉะนั้นสาวๆ เอย
ตนเป็นที่พึ่งเห็นตนไว้ดีที่สุด ก่อนเข้าห้องน้ำ
ห้องลองเสื้อหรือจะเดินเหินอย่างไรก็มองๆ ตรวจตราให้ดี
สังเกตสักนิดแม้กล้องมันจะเล็กแค่ไหนก็คงไม่เกินสายตาที่ระแวดระวังไปได้
มิเช่นนั้นอาจได้เป็นดาราหน้ากล้อง แถมค่าตัวก็ไม่ได้อีกด้วย
ส่วนเรื่อง
กล้องวิดีโอติดอินฟราเรด หรือเรียกอีกอย่างว่า
กล้องตาเอ็กซเรย์ นั้นเป็นที่หวาดผวา
ของผู้หญิงทุกคนโดยเฉพาะดาราหญิง และ
ผู้เข้าประกวดนางสาวไทยอย่างมาก ช่วงหนึ่ง
เนื่องจาก
มีพวกโรคจิตใช้กล้องวิดีโอติดอินฟราเรดเข้าไปทำให้กล้องมีประสิทธิภาพถ่ายภาพ
ทะลุเสื้อผ้าอาภรณ์จนมองไปถึงชุดชั้นในและของสงวนได้เลย
จากข้อมูลพบว่า
ฟิลเตอร์ทะลุอินฟราเรด (Infrared
Pass Filter)
หรือ "ไอพีเอฟ"
มีคุณสมบัติพิเศษเป็นอุปกรณ์ช่วยสำหรับการมองผ่านวัตถุหรือสิ่งของที่อยู่ภายใน
เช่น
เสื้อผ้าบางเบาและรัดรูป หรือชุดว่ายน้ำ
ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แต่ต้องใช้ควบคู่ไปกับกล้องวิดีโอแคมคอร์ดเดอร์
ที่มีฟังก์ชั่นการถ่ายในที่มืด หรือที่เรียกว่า
Night Shot Function
โดยติดเข้าไปบนส่วนของเลนส์กล้องวิดีโอ
ประโยชน์ของฟิลเตอร์พิเศษนี้
มีขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปใช้ในการตรวจหาอาวุธร้ายแรง
ยาเสพติด
และการกระทำผิดกฎหมาย
หรือแม้แต่มองผ่านแว่นกันแดดก็ยังสามารถมองทะลุผ่านเข้าไปเห็นใบหน้าที่แท้จริง
ของผู้สวมใส่ รวมถึงการก่ออาชญากรรม เช่น
ปล้นร้านเพชรหรือธนาคาร
หากคนร้ายสวมหมวกกันน็อก กล้องติดฟิลเตอร์พิเศษนี้
สามารถมองทะลุผ่านเข้าไปเห็นใบหน้าของอาชญากรได้อย่างสบาย
นอกจากนั้นยังสามารถใช้ตรวจสอบเอกสาร
ที่สามารถมองเห็นความแตกต่างระหว่างหมึกกับวัสดุที่ใช้ทำหมึกแห้งในการเขียนหรือพิมพ์
แยกแยะได้ว่า เอกสารฉบับไหนเป็นของปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมา
ทางด้านบริษัท ผู้ผลิตกล้องวิดีโอสำหรับถ่ายภาพกลางคืน
ก็เพิ่งรู้ว่า กล้องมีสมรรถภาพเหมือนกล้องเอ็กซเรย์ เมื่อปี
พ.ศ.2541และได้รีบแก้ไขป้องกันเพื่อไม่ให้ถ่ายภาพเช่นนั้นได้อีก
แต่ก็ยังมีพวกโรคจิตหัวหมอที่ปรับแต่งกล้องให้ยังคงถ่ายภาพทะลุเสื้อผ้าได้
อย่างไรก็ตามพบว่า
กล้องวิดีโอและฟิลเตอร์พิเศษนี้ไม่มีการสั่งเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย
แต่ก็หาซื้อได้จากต่างประเทศ
คนโรคจิตยุคใหม่ที่ใช้ของไฮเทคเป็นเครื่องมือเพื่อสนองตัณหาของตนนั้นไม่ใช่มีเฉพาะในเมืองไทย
แต่มันกำลังลุกลาม ไปทั่วโลก
นับเป็นปัญหาที่สะท้อนให้เห็นถึงความต่ำทรามของจิตใจมนุษย์ที่สวนทางกับ
ความเจริญด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างยิ่ง....
แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเพียงใด
ก็ไม่ได้หมายความว่าใจคนจะก้าวตามไปด้วยเสมอไป
|