<%@LANGUAGE="VBSCRIPT" CODEPAGE="874"%> Untitled Document
 
   
Home

 


บทคัดย่อ
การศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย (ระดับบุคคล)
โดย นพ.อภิชัย มงคล และคณะ

เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research)

วัตถุประสงค์ของการวิจัย ครั้งนี้ ประกอบไปด้วย
1. พัฒนาเครื่องมือชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย โดยศึกษาความตรงตามเนื้อหา ความตรงตามโครงสร้าง ความตรงร่วมสมัยและความเชื่อมั่นของเครื่องมือ
2. หาค่าปกติซึ่งใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการกำหนดภาวะสุขภาพจิตของคนไทย และศึกษาความพร้อมในการประเมินภาวะสุขภาพจิตระหว่างดัชนี ชี้วัดสุขภาพจิตคนไทยฉบับสมบูรณ์และฉบับสั้น
3. ศึกษาสุขภาพจิตคนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วิธีดำเนินการศึกษา แบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ระยะ ดังต่อไปนี้คือ
1. ศึกษาความตามเนื้อหา โดยประชุมผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 10 ครั้ง (ตลอดการศึกษาทั้ง 3 ระยะ)
2. ศึกษาความตรงตามโครงสร้าง (ครั้งที่ 1) โดยนำเครื่องมือที่พัฒนาโดยผู้ทรงคุณวุฒิไปเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่อยู่อาศัยในองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ระดับ 1-5 ในจังหวัดอุบลราชธานี นครราชสีมา หนองคายและจังหวัดเลย จำนวน 1,505 คน
3. การศึกษาความตรงตามโครงสร้าง (ครั้งที่ 2) ความตรงร่วมสมัย ความเชื่อมั่นของเครื่องมือ ค่าปกติของคนไทย ศึกษาความพร้อมในการประเมินภาวะสุขภาพจิต ระหว่างดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย ฉบับสมบูรณ์และฉบับสั้น และศึกษาสุขภาพจิตคนไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการนำเครื่องมือที่พัฒนาจากการศึกษาระยะที่ 2 ไปเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่ม ตัวอย่างที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง อบต. ระดับที่ 1-5 ในภาคตะ วันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1,429 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบบ multi-stage sampling และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน เปอร์เซนต์ไตล์ ที่ 25 และ 75 สำหรับข้อมูลทั่วไป การหาค่าปกติของคนไทยและสุขภาพจิตคนไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศึกษาความตรงตามโครงสร้างโดยการวิเคราะห์ปัจจัย (factor analysis) ศึกษาความตรงร่วมสมัยโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ความพร้อมในการประเมินสุขภาพจิต ระหว่างดัชนีชี้วัดฉบับสมบูรณ์ และฉบับสั้น ด้วย Kappa statistic ความเชื่อมั่นของเครื่องมือด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟา ระยะเวลาในการศึกษาตั้งแต่ ตุลาคม 2542 – กันยายน 2543


ผลการวิจัย
ได้เครื่องมือดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทยฉบับสมบูรณ์ 66 ข้อ ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ 1) สภาพจิตใจ 2) สมรรถภาพของจิตใจ 3) คุณภาพของจิตใจ 4) ปัจจัยสนับสนุน และประกอบด้วยองค์ประกอบย่อย 20 หมวด
สำหรับดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคน ไทยฉบับสั้น มีทั้ง 15 ข้อ และ7 ข้อ ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือเท่ากับ 0.70 และ 0.82 ตามลำดับ สำหรับค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือฉบับสมบูรณ์ได้จำแนกตามองค์ประกอบต่าง ๆ

การศึกษาความตรงร่วมสมัยระหว่างเครื่องมือฉบับนี้กับแบบวัดสุขภาพจิตของ อัมพร โอตระกูล และคณะ ผลการศึกษาพบว่า มีความสัมพันธ์กันในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (P<0.01) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อันดับของสเปียร์แมน เท่ากับ 0.58, 0.49 และ 0.54 สำหรับ ดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทยฉบับ 66 ข้อ 15 ข้อ และ 7 ข้อ สำหรับค่าปกติ (norm) ของดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทยฉบับสมบูรณ์ (66 ข้อ) แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ สุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไป (143 - 198 คะแนน) สุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป (122 - 142 คะแนน) และสุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป 121 คะแนนหรือน้อยกว่า

การศึกษาความพร้อม ในการประเมินภาวะสุขภาพจิตระหว่างดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทยฉบับสมบูรณ์และฉบับสั้นมีค่า Kappa statistic เท่ากับ 0.61 (ระหว่าง 66 ข้อ และ 15 ข้อ) เท่ากับ 0.42 (ระหว่าง 66 ข้อ และ 7 ข้อ) เท่ากับ 0.32 (ระหว่าง 15 ข้อ และ 7 ข้อ) โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.001) ผลการศึกษาสุขภาพจิตคนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า อยู่ในเกณฑ์เท่ากับค นทั่วไปร้อยละ 50.9 อยู่ในเกณฑ์สุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไปร้อยละ 24.6 และมีสุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไปร้อยละ 24.5 (เมื่อใช้ดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคน ไทยฉบับสมบูรณ์)

Abstract

Thai Mental Health Indicators (TMHI) study is a descriptive research. Objective 1.To develop Thai Mental Health Indicator (TMHI) by ways of content validity, construct validity, concurrent validity, and reliability studies, Objective 2. Finding the norm value of the TMHI and the study of the agreement of the TMHI and the shorter TMHI. Objective 3. Measuring the Mental Health of the People living in the North-Eastern Thailand

  • Method :
    The study is separated into three phases. phase I. The content validity study, the Mental Health experts meeting to discuss the issues seven times before phase II study and three times after the phase II and phase III study Phase II. The first construct validity study, tools developed by the Mental health experts were used to measure the mental health of people living in the area covered by local government administrations level 1 to level 5 in the provinces of Ubonrachatanee, Nakonrajasema, Nongkai, amd Loei. The population studied was 1,505 people. Phase III. The second Construct validity study, The concurrent study, The reliability study, the norm value of TMHI, the agreement of the full TMHI and the short TMHI and Brief TMHI. We used the tools developed in the phase II to collect data from the sample of people living in the Metropolitan municipal government administrations, city municipal government administrations, and local government administrations level 1 to level 5 in the North Eastern Thailand. The population studied was 1,429 people . Multi-stage sampling was used. For general information, the data was analyzed by the frequency distribution, percentage, means, and standard deviation. For the study of norm value, the data was analyzed by means, median, 25th and 75th percentile. Factor analysis was used for the construct validity study. Correlation percentile. Was used for the concurrent validity. Kappa-statistic was used for the agreement study between full TMHI and shorter TMHI. Alpha coefficient was used for the tool' s reliability; the study was done during October, 1999 - September 2000.
    Result :
    TMHI was developed. It consists of 66 items. Four domains pertaining to mental health are covered.1) Mental State, 2) Mental Capacity, 3) Mental Quality, 4) Supporting Factors. All four domains are covered in details to total of 20 sub-domains, which in the beginning of this study were 32 sub-domains. Short TMHI and Brief TMHI consist of 15 items and 7 items with reliability 0.70 and 0.82 respectively. The reliability of the full TMHI are reported according to each of the four domains. In the criterion-relatedvalidity study. Only the concurrent validity between this TMHI and Amporn Otrakul et al' s Mental Health Measurement tool was done. The study found the correlation between the two tools to be average with statistical significant (P<0.01). The spearman' s rank correlation coefficients are 0.58, 0.49 and 0.54 for the full TMHI - 66, short TMHI - 15, and brief TMHI - 7 respectively. The norm values of full TMHI are as followed. Average mental health is 122 - 142 points. Better than average Mental Health is 143 points or more. Lower than average mental health is 121 points or lower. In the study of agreement between full and short TMHI, the kappa statistic is equal to 0.61 (between TMHI - 66 and TMHI - 15), 0.42 (between TMHI - 66 and TMHI - 7), 0.32 (between TMHI -15 and TMHI - 7) with statistical significant (P<0.001). In the study of measuring mental health of people living in the North Eastern Thailand, we have found 50.9% of the population has average mental health, 24.6% better than average, and 24.5% lower than average (by using full TMHI).