Quality News ฉบับที่ ๑๔/๒๕๔๘
 

Quality News

 
สวัสดีค่ะ .. พบกันอีกเช่นเคยนะคะ กับข่าวสารจากสำนักงานคุณภาพ และเมื่อวันที่ 18 – 19 สิงหาคม 2548 ที่ผ่านมา ท่านประธาน PCT
คุณหมอกนกวรรณ กิตติวัฒนากูล และทีมงานคุณภาพ jvkk ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการภูมิภาค ประจำปี 2548 ซึ่งจัดโดย HACC. KKU การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจแนวคิดและปรัชญา ของกระบวนการพัฒนา คุณภาพ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน
 
การเสวนาทางวิชาการมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างกว้างขวาง อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ “ การตกผลึก KM สู่การพัฒนาคุณภาพ “ ซึ่ง
ศ . นพ . วิจารณ์ พานิช ได้สรุปไว้อย่างน่าสนใจ และ Quality News ขอนำมาฝากค่ะ … .
 
ผลึกที่ 1 : อย่าหลงทาง
•  หาหัวปลา ( เป้าหมาย ) ของการทำ KM ให้พบ
•  อย่ากอดความรู้ ให้กอดงาน
•  อย่าหลงเริ่ม IT ให้เริ่มที่คน
•  อย่าหลงแก้ปัญหา ให้ดำเนินการขยายความสำเร็จ
•  อย่าหลงกับการฝึกอบรม ให้เริ่มทำกิจกรรม
•  อย่าหลงทำ KM ให้ทำงานพัฒนาคุณภาพ
•  อย่าหลงเครื่องมือ ให้หาสาระ
•  อย่าให้ความสำคัญกับความรู้ก้อนโตๆ แต่ให้ใส่ใจกับ Tacid knowledge ความรู้ชิ้นเล็กๆ ที่ฝังลึก และเป็นความรู้ที่เกิดจาก
    การปฏิบัติจริง
•  จุดเริ่มต้นของ KM คือ คน และการปฏิสัมพันธ์กันของคน เพื่อเพิ่มมูลค่า ( Value added ) ให้กับความรู้เรื่องนั้นๆ
•  KS ( คุณอำนวย ) การทำ KM คือการเอาความสำเร็จมาเล่าสู่กันฟัง เพราะความสำเร็จในนั้นมีความรู้อยู่แล้ว ไม่ต้องเริ่มใหม่

“ Model ปลาทูของ KM ”
KV = Knowledge Vision ( หัวปลา ) เป็นกลุ่มที่มองในระดับวิสัยทัศน์ มองว่าองค์กรจะไปทางไหน และ จะทำ KM ไปเพื่ออะไร
KS = Knowledge Sharing ( ตัวปลา ) เป็นกลุ่มปฏิบัติการ เป็นหัวใจสำคัญที่จะสร้างให้เกิดการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างการ
          ทำงานการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
KA = Knowledge Assessment ( หางปลา ) เมื่อพูดแลกเปลี่ยนกันแล้ว ต้องมีการจดบันทึกความรู้ เอาไว้เสมอ ส่วนหางจะถือเป็น
          “ คลังความรู้ ”

ผลึกที่ 2 การดำเนินการโดยทีม ( คนหน้างาน , FA )
•  คนคอย manage เรียกว่า “ คุณเอื้อ ” เป็นทีมบริหารจัดการ เป็นผู้คอยส่งเสริมระบบ ด้านตั้งเป้าหมาย ด้านทรัพยากร ด้านรางวัล
    ด้านวัฒนธรรมองค์กร
•  “ คุณอำนวย ” หรือ Knowledge Facilitator คือผู้จุดประกายเชื่อมโยง ภายใน – ภายนอก สร้างพื้นที่ สร้างบรรยากาศคึกคัก
•  อย่าคิดแทนใคร

ผลึกที่ 3 จัด Workshop
•  จะต้องมีคนทำหน้าที่ Organizer คอยขับเคลื่อนระบบจัด Workshop เพื่อให้ “ คุณเอื้อ ” และ “ คุณอำนวย ” ได้เรียนรู้ เข้าใจ
    และมีทัศนะ เข้าใจพลังของการคิดเชิงบวก และพลังของ Tacid Knowledge ( ความรู้ฝังลึก )
•  Workshop ไม่ใช้แค่การบรรยาย หลังจากทำ Workshop ต้องได้ “ คุณเอื้อ - คุณอำนวย ” ตัวจริง เพราะความสำเร็จ /
    ความล้มเหลว อยู่ในมือของคน 2 กลุ่มนี้

ผลึกที่ 4 พระเอก / นางเอก คือ คุณกิจ
•  คุณกิจ คือ ผู้ปฏิบัติ
•  คุณเอื้อ – คุณอำนวย ต้องหาทางให้ คุณกิจ ได้เป็นตัวของตัวเอง
•  คุณกิจ ควรมีส่วนร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ / เป็นเจ้าของงาน ควรได้รับการ empower ให้ได้คิดเอง ได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
    ในงานประจำของตนเอง
•  คุณกิจ ต้องสร้าง “ คุณลิขิต ” ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บันทึกความรู้ / วิธีการต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ผลึกที่ 5 จัดบรรยากาศ / วัฒนธรรมแนวราบ
•  หลีกเลี่ยงการควบคุมการสั่งการ การเน้นวิธีทำงาน ตามสูตรสำเร็จตายตัว
•  สร้างให้เกิด empowerment
•  สร้างความเป็นเจ้าของงานร่วมกัน
•  สารสนเทศไหลเวียนในทุกทิศทาง ไม่ใช่ขึ้นลงตามแท่งอำนาจ / การบังคับบัญชา
•  สร้างให้ทุกคน เป็น “ ผู้นำ ”
•  ไม่ตำหนิ / ลงโทษความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากการทดลอง
•  ให้รางวัลเมื่อเกิดการแบ่งปันความรู้
•  KM เป็น Skill ไม่ใช่ Theory ความรู้ที่แท้จริง เกิดจากการฝึกฝน การมีทักษะไม่ใช่การลอกตำรา
•  ความรู้ใหม่ๆ เกิดจากความต่าง ไม่ใช่ความเหมือน คิดแตกต่างเพื่อบรรลุความสำเร็จ ไม่ใช่คิดแตกต่างเพื่อเชือดเฉือนกัน
    หรือเกทับคนอื่น

ผลึกที่ 6 เชื่อม KM, HRD, OD ให้เป็นเนื้อเดียวกัน
•  ต้นเหตุของความล้มเหลว จาก KM คือ การเพิ่มงานจึงต้องทำให้เป็นเนื้อเดียวกับงาน ไม่ใช่การ เพิ่มภาระ
•  ถ้า 3 องค์ประกอบนี้ไม่เชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันแสดงว่า เป็น KM ของเทียม

ผลึกที่ 7 จัดพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
•  จัดกิจกรรม Peer Assist แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้
•  สร้างแรงจูงใจในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
•  ศึกษาดูงานทั้งภายใน – ภายนอกองค์กร เพื่อดูดซับ Tacid Knowledge
•  ใช้วิธี AAR (After Action Review) การเรียนรู้ หลังจากทำงานเสร็จสิ้น ดูว่าทำแล้วได้อะไรบ้าง เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ได้ผลที่สุด
•  วิธี Retrospective คือการเรียนรู้ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว
•  F2F = Face to Face การพบปะกันซึ่ง ๆ หน้า
•  B2B = Block to Block การพบปะกันแลกเปลี่ยนกันผ่าน Internet, webboard
•  อุบายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น ผ่านทีมคร่อมสายงาน (Cross – Functional Team) เช่น ทีม PCT, RM, ENV, IC
    ทีมเฉพาะกิจต่างๆ ทีมสหวิชาชีพเหล่านี้ จะทำให้เกิด การแลกเปลี่ยนความรู้ เกิด Knowledge sharing

ผลึกที่ 8 ส่งเสริมให้เกิด COP (Community of Practice) ชุมชนแห่งการปฏิบัติ
•  เป้าหมายหลัก คือ ให้เกิดการพูดคุยกันข้ามแดน / ข้ามหน่วยงานย่อย
•  ส่งเสริมให้ใช้ระบบ IT ช่วย

ผลึกที่ 9 เชื่อมโยงเครือข่ายออกไปนอกองค์กร
•  เพื่อกระตุ้นซึ่งกันและกัน
•  บางกรณี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากภายนอกจะดีกว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใน เพราะยังมีกำแพง
•  ได้เรียนรู้เคล็ดลับใหม่ในบริเวณที่แตกต่างกันออกไป

ผลึกที่ 10 เสริมด้วยการฝึกทักษะเฉพาะด้าน
•  ทักษะการฟัง , การยอมรับคนอื่น , การเปิดใจ , การให้เกียรติ เน้น “ การให้เกียรติในความ เป็นมนุษย์ ” ,
    ทักษะการตั้งคำถาม แบบไม่ใช่การคัดค้าน หาเรื่อง

ผลึกที่ 11 ต้องลงมือทำ
•  KM เป็นเรื่องของการปฏิบัติ ถึง 90% และเสริมด้วยการอ่าน การฟัง การแลกเปลี่ยน ประสบการณ์
•  อย่าเรียนรู้ KM ด้วยการฟังบรรยาย หรืออ่านตำรา
•  หัวใจสำคัญของ KM คือการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ซึ่งกัน

ผลึกที่ 12 จดบันทึก และประเมินผล
•  ต้องบันทึกขุมความรู้เอาไว้ใช้งาน

ผลึกที่ 13 ความรู้อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ( คุณกิจ )
•  ต้องทำโดย Peer Assisstant เพื่อนช่วยเพื่อน
 
<<< Tip >>>

.. Good thinking, good sense and even good wish ..
Are not more important than ..
“ Good Treating “ .. คิดดี รู้สึกดี หรือหวังดี .... ก็ไม่สำคัญเท่า .. “ การกระทำดีๆ ”

          แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ
สำนักงานคุณภาพ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
โทร.0-4322-7422 ต่อ 2202