แอลกอฮอล์
 



แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรงสำหรับ ทีมสหวิชาชีพ

   1. พยาบาลผู้ป่วยนอกรับผู้ป่วยเก่า/ผู้ป่วยใหม่จากงานเวชระเบียน จัดทำเอกสารในการตรวจรักษา
   2. พยาบาลซักประวัติ คัดกรองตรวจร่างกาย วัดสัญญาณชีพ และพิจารณาว่าผู้ป่วยมีภาวะฉุกเฉินจากแอลกอฮอล์หรือไม่ ถ้าผู้ป่วยไม่มีภาวะฉุกเฉินจากแอลกอฮอล์
      - ผู้ป่วยใหม่  ส่งซักประวัติโดยนักสังคมสงเคราะห  แล้วส่งพบแพทย์
      - ผู้ป่วยเก่า  ส่งพบแพทย์เพื่อประเมิน  CIWA-Ar Score ให้การวินิจฉัย   และพิจารณาว่ามี ภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรงหรือไม่ ถ้ามีภาวะ Delirium จากสาเหตุอื่นหรือโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ให้การรักษาตามความเหมาะสมหรือส่งต่อ (refer) ติดตามการรักษาหรือติดตามการส่งต่อ
   3. ถ้าพบว่าผู้ป่วยมีภาวะฉุกเฉินจากแอลกอฮอล์ พยาบาลฉุกเฉินซักประวัติ ตรวจร่างกายเบื้องต้น สงสัยผู้ป่วยมีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง (delirium tremens)ส่งพบแพทย์
   4. แพทย์ประเมิน CIWA-Ar Score และ ให้การวินิจฉัย ในกรณีผู้ป่วยมีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง (delirium tremens)แพทย์พิจารณารับไว้รักษา
   5. พยาบาลผู้ป่วยนอกนำผู้ป่วยไปที่ศูนย์ admitเพื่อจัดเตรียมเอกสารในการรับไว้รักษาแล้วนำส่งผู้ป่วยให้กับตึกผู้ป่วยใน


ระยะเฉียบพลัน
   -  ทีมสหวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล โภชนากร เภสัชกร เป็นต้น ปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยภาวะถอนสุราในระยะเฉียบพลัน
   - แพทย์พิจารณาว่ามีภาวะจำเป็นต้องส่งต่อหรือไม่  ถ้าพบว่ามีความจำเป็นต้องส่งต่อ  ให้ส่งต่อผู้ป่วยตามความเหมาะสมและติดตามผลการรักษาหรือส่งต่อถ้าไม่มีภาวะจำเป็นต้องส่งต่อ  ให้ประเมิน CIWA-Ar Score และปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสม


<ระยะ sub-acute
   - ทีมสหวิชาชีพ  ซึ่งประกอบด้วยแพทย์  พยาบาล โภชนากร เภสัชกร นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น  ปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยภาวะถอนสุราในระยะ
   - แพทย์ประเมินสภาพร่างกายและจิตใจก่อนจำหน่าย
   - พิจารณาจำหน่าย  ถ้ายังไม่พร้อมที่จะได้รับการจำหน่าย ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยภาวะถอนสุราในระยะ sub-acute ถ้าผู้ป่วยมีความพร้อมให้จำหน่ายผู้ป่วย


ระยะติดตามผลการรักษา
   -  ทีมสหวิชาชีพติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens) สำหรับแพทย


Acutephase
   1. ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และ ตรวจสภาพจิตของผู้ป่วย เพื่อให้การวินิจฉัยตามระบบการจำแนกโรคแบบสากล (ICD-10) เพื่อวินิจฉัยแยกโรคทางกาย และ ภาวะฉุกเฉินอื่นๆ
   2. พิจารณาส่งตรวจต่างๆทางห้องปฏิบัติการตามความเหมาะสม เพื่อประกอบการวินิจฉัย หรือ ประเมินภาวะแทรกซ้อนทางกายอื่นๆ
   3. ประเมินความรุนแรงของอาการในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัย Delirium Tremens โดยใช้แบบประเมิน
   4. พิจารณาให้การรักษาด้วยยา หรือ วิธีอื่นๆ แบบผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน หรือ ทำการส่งต่อผู้ป่วย ตามความเหมาะสม
   5. ในกรณีรับรักษาแบบผู้ป่วยใน
      5.1 ให้การรักษาตามการประเมิน CIWA score และให้การรักษาภาวะฉุกเฉิน อาการทางกายอื่นๆ ด้วยยา หรือ วิธีอื่นๆ ตามความเหมาะสม
      5.2 ตรวจประเมินสภาพร่างกาย และ สภาพจิต เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของอาการ และการตอบสนองต่อการรักษา และผลข้างเคียงจากยา และปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสม
      5.3 พิจารณาส่งตรวจต่างๆทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อประกอบการวินิจฉัย หรือ ประเมินภาวะแทรกซ้อนทางกายอื่นๆ รวมทั้งการส่งตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น X-ray, EKG
      5.4 ในกรณีมีภาวะแทรกซ้อนทางกายรุนแรง พิจารณาส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาตามความเหมาะสม
      5.5 วางแผนร่วมกับสหวิชาชีพประจำตึกในการดูแลรักษาผู้ป่วย


Subacute phase

   1. ตรวจประเมินสภาพร่างกาย และ สภาพจิต เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของอาการ และการตอบสนองต่อการรักษา และผลข้างเคียงจากยา และปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสม
   2. พิจารณาส่งตรวจต่างๆทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อประกอบการวินิจฉัย หรือ ประเมินภาวะแทรกซ้อนทางกายอื่นๆ รวมทั้งการส่งตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น  X-ray,EKG
   3. ประเมินปัญหาการใช้สุราของผู้ป่วย เพื่อวางแผนในการดูแลผู้ป่วยร่วมกับทีมสหวิชาชีพ
   4. ประเมินสภาพร่างกาย และสภาพจิตใจก่อนจำหน่าย เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับไปดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัวและชุมชน


การดูแลต่อเนื่อง และติดตามการรักษา
   1. ติดตามการรักษาผู้ป่วยแบบผู้ป่วยนอกอย่างต่อเนื่อง
   2. ตรวจประเมินสภาพร่างกาย และ สภาพจิต เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของอาการ และการตอบสนองต่อการรักษา และผลข้างเคียงจากยา และปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสม
   3. เข้าร่วมทีมสหวิชาชีพในการติดตามเยี่ยมผู้ป่วย ให้ความรู้และเพิ่มศักยภาพการดูแล ผู้ป่วยติดสุราแก่ญาติและครอบครัว






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens)  สำหรับงานบริการผู้ป่วยนอก


   1. ซักถามอาการตามแบบประเมินจิตเวชฉุกเฉิน
   2. วัดสัญญาณชีพ(Vital Signs)
   3. สังเกตอาการ
      - Autonomic hyperactivity เช่นเหงื่อออกมาก  หัวใจเต้นเร็ว >100 ครั้ง/นาที มีไข้  หรือ ความดันโลหิตสูง
      - กระสับกระส่าย อยู่ไม่ติดที่
      - มือสั่น
      - นอนไม่หลับ
      - ประสาทหลอน  เช่น หูแว่ว ภาพหลอน เหมือนมีแมลงไต่ตามตัว  หรือแปลสิ่งเร้าผิดปกติไป  เช่น เห็นเชือกเป็นงู
   4. ดูแลใกล้ชิด
   5. ตรวจดูสภาพร่างกาย  บาดแผล  ฟกช้ำ






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens) สำหรับตึกผู้ป่วยใน


   1. ตึกผู้ป่วยในรับแจ้งจากงานบริการรับไว้รักษา (Admit Center)
   2. ตึกผู้ป่วย ที่รับผู้ป่วยจากงานบริการรับไว้รักษา (Admit Center) ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และตัวผู้ป่วยให้ตรงกัน พร้อมทั้งคำสั่งการรักษา  ถ้าเอกสารไม่ถูกต้อง แจ้งให้งานบริการรับไว้รักษาและส่งกลับ  พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษผู้ป่วยต่อความผิดพลาดในการให้บริการ  กรณีเอกสารและตัวผู้ป่วยถูกต้อง  ให้ดำเนินการดังนี้
      2.1. ซักประวัติ โดยซักประวัติการดื่ม Alcohol ให้ละเอียดและครอบคลุม ประเด็นต่างๆ เช่น การดื่มสุราครั้งสุดท้าย  ปริมาณการดื่มสุรามากน้อยเท่าใด  ประวัติโรคทางกาย  ประวัติการชัก  ซึ่งต้องซักให้ละเอียดว่าผู้ป่วยชักจากสาเหตุใดจากสุราหรือไม่  เพราะถ้ามี สาเหตุการเกิดจากสุรา  ผู้ป่วยจะชักตามมาอีกได้
      2.2. พยาบาลและ เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือคนไข้ ที่รับผู้ป่วยรับใหม่ ให้ตรวจดูร่างกายผู้ป่วยให้ละเอียดบาดแผล รอยบวมช้ำ ถามวัน เวลา สถานที่  บุคคล วัด V/S ให้ละเอียด โดยเฉพาะ เนื่องจากผู้ป่วย DT จะมีสูง
   3. ประเมินความรุนแรงของอาการถอนพิษสุรา  โดยใช้แบบประเมิน  CIWA-Ar score (เฉพาะผู้ป่วย  ที่ได้รับการวินิจฉัย  F10.4 หรือ  ตามคำสั่งการรักษาของแพทย์)  พร้อมทั้งให้การพยาบาลตามอาการ และแผนการรักษาของแพทย์ ดังนี้
      3.1 ประเมินระดับความรู้สึกตัว ถ้าพบว่าผู้ป่วยสับสนมากให้พิจารณา Restrainedไว้บนเตียง  เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ  พร้อมทั้งให้การดูแลพยาบาลผู้ป่วยขณะผูกมัด
      3.2 ถ้าพบว่าผู้ป่วยมีเหงื่อออกมาก  ให้การดูแลพยาบาล โดยให้เช็ดตัวให้
   4. ประเมินอาการเป็นระยะ เช่นลักษณะการอ่อนแรงของแขนขา ,Check V/S , N/S , ถ้าพบว่ามีอาการเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติให้รีบรายงานแพทย์ทันที
      4.1 กรณีพบว่ามีการปรับการรักษา ให้การพยาบาล  และดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาตามแผนการรักษาของแพทย์
      4.2 กรณีพบว่ามีคำสั่งการรักษาให้ส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อ ( Refer)ให้ดำเนินการส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อ (Refer)  ณ สถานบริการที่ระบุไว้
   5. วางแผนการพยาบาลผู้ป่วย และ/หรือ ดูแลร่วมกับ ทีมสหวิชาชีพ เช่น
      5.1 โภชนากร ประเมินภาวะโภชนาการ  พยาบาลดูแลให้ผู้ป่วยได้รับอาหารและสารน้ำ  ที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะอาหารที่มี แคลอรี่สูง  เช่น ดื่มน้ำ  น้ำหวาน (ผู้ป่วยไม่มีประวัติ DM) เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้เช่น ความต้องการจะขาดน้ำเร็ว  ควรป้อนน้ำบ่อยๆ  สลับกับให้น้ำหวานทดแทน  เพื่อชดเชยสารน้ำที่ขาด
      5.2 พบว่าผู้ป่วยรับประทานอาหารไม่ได้ ประสานรายงานถ้าแพทย์เพื่อให้IVFและให้อาหารที่มีวิตามินสูงเพื่อให้ได้รับสารอาหารบำรุง Cellสมอง
      5.3  เพื่อให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤติควรมีคนเฝ้าคอยดูแลใกล้ชิดสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ควรมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเวลาเพื่อสังเกตการณ์หายใจ  เนื่องจากผู้ป่วยจะมีอาการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
      5.4 จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ลดสิ่งกระตุ้น แสงและเสียง
      5.5 อาการทางจิตต่างๆช่วงนี้ มักมีความรุนแรงเวลากลางคืนควรจัดให้มีแสงสว่างให้เหมาะสมพอสมควร โดยจัดให้ผู้ป่วยอยู่ใกล้ห้องพยาบาล
      5.6 เมื่อเข้าไปให้การพยาบาลผู้ป่วยควรแนะนำตัว บอกผู้ป่วยว่าเรากำลังจะทำอะไรให้ โดยใช้คำพูดสั้นๆ เข้าใจง่าย
   6. หลังจากผู้ป่วยพ้นภาวะวิกฤติ ดูแลให้การพยาบาลผู้ป่วยพร้อมทั้งจัดเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มบำบัดตามความเหมาะสม
   7. ประเมินสภาพร่างกายและจิตใจ ตามแบบประเมิน MAD ก่อนการจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens)สำหรับงานโภชนาการ


1. ประเมินภาวะโภชนาการผู้ป่วยโดยใช้ BMI               
2. ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและเหมาะสมกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วยให้ได้รับคุณค่าทางโภชนาการ  และสารอาหารอย่างเพียงพอ
3. จัดอาหารตามหลักโภชนาการ ตามแนวทางการแพทย์
4. ติดตามการรับประทานอาหารผู้ป่วย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในกลุ่มที่มีปัญหาโภชนาการ เพื่อประเมินภาวะโภชนาการ                
5. เลือกอาหารให้เหมาะกับความต้องการของร่างกายแต่ละบุคคล
6. ให้โภชนศึกษาเรื่อง ธงโภชนาการและอาหารหลัก 5 หมู่






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens)สำหรับเภสัชกร


      แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วย DT สำหรับเภสัชกรนั้นจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับการดูแลผู้ป่วยด้วยโรคอื่นทั่วๆไป   โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาถูกต้องตามคำสั่งการรักษาของแพทย์ และไม่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาที่ถูกต้อง ซึ่งพอจะสรุปกิจกรรมการดูแลผู้ป่วยของเภสัชกรตามระยะอาการของผู้ป่วย ได้ดังนี้

1. การดูแลผู้ป่วย DT ระยะ Acute มีดังนี้
   1.1 จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ให้ผู้ป่วย และส่งต่อพยาบาลประจำหอผู้ป่วยในกรณีที่เป็นผู้ป่วยรับไว้รักษาต่อในโรงพยาบาล หรือส่งมอบยาแก่ผู้ป่วยหรือญาติในกรณีที่แพทย์พิจารณาให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก
   1.2 ติดตามประเมินอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาของผู้ป่วย โดยใช้ระบบspontaneousซึ่งเป็นระบบการติดตามอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาภายหลังจากการเกิดอาการ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
      - รับการประสานงานจากบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย เมื่อพบหรือสงสัยว่าผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
      - ติดตาม ประเมิน และนำเสนอผลการประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาให้แพทย์ผู้ให้การรักษาผู้ป่วยรับทราบ เพื่อพิจารณาออกบัตรแพ้ยา หรือการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
      - บันทึกและรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่พบ
      - ออกบัตรแพ้ยา และบันทึกในเวชระเบียน
      - ให้คำแนะนำผู้ป่วย หรือญาติเกี่ยวกับการดูแลตนเอง เรื่องอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา


2. การดูแลผู้ป่วย ระยะ Sub-Acute มีดังนี้
   2.1จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ให้ผู้ป่วย และส่งต่อพยาบาลประจำหอผู้ป่วย
   2.2ติดตามประเมินอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาของผู้ป่วย โดยใช้ระบบ spontaneous ซึ่งเป็นระบบการติดตามอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาภายหลังจากการเกิดอาการ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
      - รับการประสานงานจากบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย เมื่อพบหรือสงสัยว่าผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
      - ติดตาม ประเมิน และนำเสนอผลการประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาให้แพทย์ผู้ให้การรักษาผู้ป่วยรับทราบ เพื่อพิจารณาออกบัตรแพ้ยา หรือการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
      - บันทึกและรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่พบ
      - ออกบัตรแพ้ยา และบันทึกในเวชระเบียน
      - ให้คำแนะนำผู้ป่วย หรือญาติเกี่ยวกับการดูแลตนเอง เรื่องอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
   2.3จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในการใช้ยาแก่ผู้ป่วยก่อนการจำหน่าย 1 ครั้ง/ สัปดาห์
   2.4 จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ให้ผู้ป่วยก่อนการจำหน่าย และส่งต่อพยาบาลประจำหอผู้ป่วย หรือส่งมอบให้ผู้ป่วยและญาติ
   2.5ประสานงานกับโรงพยาบาลชุมชนเพื่อขอข้อมูลยาเพื่อประกอบการพิจารณา ส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อเนื่อง ณ โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ใกล้บ้าน ในกรณีที่แพทย์ หรือพยาบาลผู้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยร้องขอ






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens)สำหรับนักจิตวิทยา


ระยะ Acute
   1. การตรวจวินิจฉัยทางจิตวิทยาตามการร้องขอจากแพทย์ ด้วยเครื่องมือทดสอบทางจิตวิทยา
   2. ประเมินเพื่อบำบัดทางจิตวิทยาในกรณีที่เหมาะสม


ระยะ sub-acute
   1. ให้การบำบัดรักษา ตามสภาพปัญหาผู้ป่วย
   2. ประเมินผลการให้บริการทางจิตวิทยา

หมายเหตุ  กรณีการบำบัดรักษาแบบกลุ่มให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกลุ่มกับจิตสังคมบำบัด ส่วนนักจิตวิทยารับประสานงานจากผู้นำกลุ่มเพื่อรับการส่งต่อในกรณีผู้ป่วยมีปัญหาซับซ้อนเพื่อบำบัดรายบุคคลหรือครอบครัว


แนวทางการดูแลผู้ป่วยภาวะถอนสุรา OPD,IPD
   1. รับแจ้งขอรับการบริการทางจิตวิทยาจากแพทย์ /บริการก่อนและหลังพบแพทย์ ตึกผู้ป่วย
   2. ประเมินความพร้อมของผู้ป่วยเพื่อพิจารณาให้การบริการ
   3. ให้บริการทางจิตวิทยาตามที่แพทย์ร้องขอ
   4. กรณีให้บริการทางจิตวิทยาไม่ครบกระบวน จะมีนัดหมายครั้งต่อไป
   5. รายงานสรุปผลการให้บริการทางจิตวิทยา


แนวทางการดูแลผู้ป่วยภาวะถอนสุราในชุมชน
   1.รับการร้องขอจากตึกผู้ป่วย สำนักผู้ช่วยผู้อำนวยการ หน่วยงานภายนอกให้ออกเยี่ยมชุมชน
   2.ให้บริการทางจิตวิทยาตามที่ร้องขอ
   3.รายงานผลการให้บริการให้หน่วยงานที่ร้องขอทราบ






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens)สำหรับนักสังคมสงเคราะห์


บทบาทหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์ในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย Delirium

1.บริการผู้ป่วยนอก
   - สัมภาษณ์ญาติ/ผู้ป่วย เกี่ยวกับประวัติการดื่มสุรา ทั้งปริมาณ ระยะเวลา และการดื่มครั้งสุดท้าย และวินิจฉัยทางสังคม
   - ให้คำแนะนำ/คำปรึกษาตามสภาพปัญหา
   - กรณีผู้ป่วยมีคดีและแพทย์ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม นักสังคมสงเคราะห์ดำเนินการซักประวัติละเอียด ตามคู่มือการปฏิบัติงานบริการสังคมสงเคราะห์จิตเวช(S-SW-005)
   - กรณีผู้ป่วยมีปัญหาค่ารักษาพยาบาลให้การสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลตามคู่มือการปฏิบัติงานบริการสังคมสงเคราะห์จิตเวช (S-SW-005)

หมายเหตุ  กรณีผู้ป่วยมารับการรักษานอกเวลาพยาบาลจะเป็นผู้ดำเนินการซักประวัติและให้การประเมิน หลังจากนั้นรวบรวมข้อมูลส่งนักสังคมสงเคราะห์ในวันทำการ


2. บริการผู้ป่วยใน
     1.ให้การปรึกษารายบุคคลกับผู้ป่วยญาติ กรณีมีปัญหาทางสังคม เช่น ผู้ป่วยมีแนวโน้มญาติทอทิ้ง, ชุมชนปฏิเสธไม่ยอมรับ เป็นต้น
     2. การทำกลุ่มบำบัดทางสังคม ใช้ทฤษฎี REBT โดยนักสังคมสงเคราะห์ส่งเกณฑ์ประเมินให้พยาบาลที่ตึกคัดเลือกผู้ป่วยใน
     3. บริการสังคมสงเคราะห์จิตเวช เช่นการติดต่อญาติผู้ป่วยจิตเวช การประชาสัมพันธ์ตามญาติทางสื่อมวลชน การอนุเคราะห์ค่ารักษาให้กับผู้ป่วยในกรณีรักษาโรคทางกาย การสงเคราะห์ค่ายานพาหนะ การสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย การสอบทะเบียนราษฎร์ การส่งผู้ป่วยเข้าสถานสงเคราะห์ โดยปฏิบัติงานตามคู่มือการปฏิบัติงานบริการสังคมสงเคราะห์จิตเวช (S-SW-005)

หมายเหตุ  กรณีผู้ป่วยเร่ร่อน ไม่มีญาติ ไม่สามารถให้ประวัติได้ ให้ตึกผู้ป่วยประสานนักสังคมสงเคราะห์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อผู้ป่วย ญาติพร้อม


3.บริการสังคมสงเคราะห์จิตเวชชุมชน
   1.จิตเวชชุมชนในเขตตรวจราชการที่10และ12 ดำเนินการร่วมกับสำนักงานผู้ช่วยผู้อำนวยการโซนจังหวัด
      1.1 การเตรียมครอบครัว/ชุมชนก่อนจำหน่ายกรณีผู้ป่วยมีปัญหาซับซ้อน โดยนักสังคมสงเคราะห์ทำหน้าที่ศึกษาหาข้อมูลจากครอบครัว ชุมชนและนำมาวิเคราะห์วางแผนแก้ไขปัญหาทางสังคม เช่น ให้การปรึกษาครอบครัว การบำบัดฟื้นฟูในชุมชน ประสานทรัพยากรทางสังคม เป็นต้น
      1.2 ส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา กรณีญาติไม่สามารถมารับได้ โดยนักสังคมสงเคราะห์ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานทรัพยากรทางสังคม และให้คำปรึกษาแนะนำกับญาติตลอดทั้งส่งต่อให้ผู้รับผิดชอบงานสุขภาพจิตในพื้นที่ช่วยดูแลต่อเนื่อง
      1.3 การเยี่ยมบ้านเพื่อติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องในชุมชนกรณีผู้ป่วยมีปัญหาซับซ้อน

   2.จิตเวชชุมชนนอกเขต
      2.1 ประสานเครือข่ายให้การช่วยเหลือตามสภาพปัญหาที่พบ เช่น การจัดการทรัพยากรทางสังคม
      2.2 การส่งต่อเพื่อการดูแลต่อเนื่องในชุมชน


เกณฑ์ผู้ป่วยเข้ากลุ่มทางสังคม สำหรับผู้ป่วย Delirium
   1.มีอาการทางจิตเวชสงบ
   2.สื่อสารรู้เรื่องเข้าใจ ไม่รบกวนกลุ่ม
   3.สมัครใจเข้ากลุ่ม






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens)สำหรับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ


การให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย
   1. ผู้ป่วยมารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ
      1.1 ผู้ป่วยนอก(OPD)รับจากการส่งปรึกษาปัญหาโดยแพทย์ พร้อมใบตรวจรักษา
      1.2ผู้ป่วยใน(IPD)รับจากการคัดกรองเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตึกผู้ป่วยใน
      1.3ผู้ป่วยชุมชน รับจากการร้องขอโดยการประสานของพยาบาลสุขภาพจิตชุมชน พร้อมเอกสารเครือข่าย
      1.4 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานฟื้นฟูสมรรถภาพ รับรายชื่อผู้ป่วย ในข้อ 1.1 - 1.3 พร้อมจัดทำทะเบียนประวัติผู้ป่วย( ใหม่)ลงในทะเบียนประวัติ ร.พ.จ.19 เพื่อบันทึกรายชื่อผู้ป่วยลงในทะเบียนรับมาฟื้นฟูสมรรถภาพ  ก่อนเข้ากลุ่มกิจกรรม
   2. เจ้าหน้าที่กลุ่มงานฟื้นฟูสมรรถภาพ รับผู้ป่วยพร้อมเอกสารจากเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยนอก-ใน-ชุมชน เพื่อตรวจสอบเอกสารของผู้ป่วยให้ถูกต้องตรงกัน
   3. นักอาชีวบำบัด / เจ้าหน้าที่อาชีวบำบัด ประเมินศักยภาพผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อวางแผนการฟื้นฟูฯ โดยใช้แบบประเมินศักยภาพในการทำกิจกรรม พร้อมคู่มือประกอบการประเมินศักยภาพ และพิจารณาอาการทางจิตผู้ป่วยที่มารับการฟื้นฟูฯ ในกรณีผู้ป่วยมีอาการทางจิตไม่สงบ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานฟื้นฟูสมรรถภาพ
      ไม่สามารถควบคุมดูแลได้ สื่อสารแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทราบทันที
   4. กรณีอาการทางจิตสงบ นักอาชีวบำบัด เจ้าหน้าที่อา ชีวบำบัด วางแผนการฟื้นฟูฯ ผู้ป่วย
     โดยวิเคราะห์ข้อมูลจาก ทะเบียนประวัติ การสัมภาษณ์ การสังเกต และผลการประเมินศักยภาพเพื่อวางแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพว่าผู้ป่วยควรได้รับการแก้ไขหรือเสริมทักษะใด โดยใช้คู่มือวิเคราะห์กิจกรรม คู่มือแผนการสอนกิจกรรม ประกอบการให้กิจกรรมที่เหมาะสมกับความสามารถ บันทึกการวางแผนการให้กิจกรรมจากการรวบรวมปัญหาและข้อมูลโดยลงรหัสกิจกรรมตามคู่มือแผนการสอนกิจกรรมลง ในร.พ.จ.19
   5. เจ้าหน้าที่กลุ่มงานฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้กิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพตามการวางแผน โดยลงรหัสกิจกรรมตามคู่มือแผนการสอนใน ทะเบียนรายชื่อผู้ป่วยรับมาฟื้นฟูสมรรถภาพ พร้อมจัดผู้ป่วยแต่ละรายเข้ากลุ่มกิจกรรมตามแผน โดยใช้คู่มือแผนการสอนกิจกรรม ขณะผู้ป่วยเข้ากลุ่มกิจกรรม ต้องมีการประเมินศักยภาพระหว่างดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยทุกครั้งทุกราย และประเมินทักษะตามวัตถุประสงค์ของแต่ละแผนการสอน  เพื่อปรับเปลี่ยนกิจกรรมตามการวางแผนด้วยแบบบันทึกประเมินผลการพัฒนากิจกรรมกลุ่มบำบัด
      ระหว่างทำกิจกรรมหากผู้ป่วยไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามการวางแผน  จะมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมที่เหมาะสมทันที พร้อมบันทึกลงในแบบบันทึกประเมินผลการพัฒนากิจกรรมกลุ่มบำบัด และทะเบียนรายชื่อผู้ป่วยรับมาฟื้นฟูสมรรถภาพ ในกรณีผู้ป่วยใน (IPD)มารับฟื้นฟูฯ มีการสื่อสารให้เจ้าหน้าที่ตึกผู้ป่วยในและผู้ป่วยทราบว่าจะต้องมีการฟื้นฟูฯต่อเนื่อง เพื่อให้ครบตามการวางแผน โดยการบันทึกลงในสมุดส่งผู้ป่วยเข้ากลุ่มอา ชีวบำบัด–เกษตรกรรมบำบัด
      ในกรณีผู้ป่วยใน (IPD)ไม่มารับการฟื้นฟูฯ อย่างต่อเนื่อง บันทึกสาเหตุลงใน แบบบันทึกประเมินผลการพัฒนากิจกรรมกลุ่มบำบัดและ ร.พ.จ.19 ในกรณีผู้ป่วยใน (IPD)มารับการฟื้นฟูฯ แต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ตึกผู้ป่วยในเป็นผู้มารับและส่งผู้ป่วย พร้อมสมุดส่งผู้ป่วยเข้ากลุ่มอาชีวบำบัด –เกษตรกรรมบำบัด และแบบบันทึกพฤติกรรมผู้ป่วยขณะเข้ากลุ่มกิจกรรมบำบัด พร้อมทั้งตรวจนับจำนวนผู้ป่วย และตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องตรงกัน
      หมายเหตุ
        - ผู้ป่วยนอก  (OPD)ผู้ป่วยมารับบริการฟื้นฟูฯ ด้วยตนเอง
        - ผู้ป่วยชุมชน :ติดตามเยี่ยมกับเครือข่ายและส่งต่อให้เครือข่ายดำเนินการตามการวางแผน
   6. นักอาชีวบำบัด/เจ้าหน้าที่อาชีวบำบัด ประเมินศักยภาพผู้ป่วยก่อนสิ้นสุดบริการฟื้นฟูฯ ด้วยแบบประเมินศักยภาพในการทำกิจกรรม ผู้ป่วยที่ได้รับฟื้นฟูฯ ไม่ครบตามการวางแผนบันทึก N/A ไม่ได้ประเมิน)ลงในแบบประเมิน
   7. นักอาชีวบำบัด /เจ้าหน้าที่อาชีวบำบัด  สิ้นสุดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย  โดยพิจารณาจาก ผลคะแนนการประเมินศักยภาพทั้ง 3ระยะ กรณีได้รับบริการครบตาม  การวางแผน จะสิ้นสุดบริการฟื้นฟูฯ ถ้าผลคะแนนการประเมินไม่ดีขึ้นจะพิจารณาการวางแผนและปรับเปลี่ยนกิจกรรมใหม่  ส่วนกรณีผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ที่ได้รับบริการไม่ครบตามการวางแผน เนื่องจาก จำหน่ายโดยแพทย์ หลบหนี ตาย มารับการฟื้นฟูฯ ไม่ต่อเนื่องหรือไม่สม่ำเสมอเกิน 1 เดือน จะพิจารณาสิ้นสุดบริการ โดยบันทึก ข้อมูลลงใน ร.พ.จ. 19  ส่วนผู้ป่วยชุมชนจะพิจารณาร่วมกับ ทีมสหวิชาชีพ
   8. เมื่อสิ้นสุดบริการฟื้นฟูฯ ของผู้ป่วยแต่ละราย  จะมีการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ทราบและบันทึกวันที่สิ้นสุดบริการฟื้นฟูฯ ลงในแบบบันทึกพฤติกรรมผู้ป่วยขณะเข้ากลุ่มกิจกรรมบำบัด  ร.พ.จ. 19และทะเบียนรายชื่อผู้ป่วยรับมาฟื้นฟูสมรรถภาพ  
   9. กรณีสิ้นสุดบริการ ครบกระบวนการฟื้นฟูฯ ตามการวางแผน จะมีการติดตามประเมินผลผู้ป่วย
      - ผู้ป่วยใน ติดตามประเมินผลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตึกผู้ป่วยเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ป่วยสู่ชุมชน
      - ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยชุมชน ติดตามประเมินผลผ่านเครือข่ายในชุมชน






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens)สำหรับหน่วยจิตสังคมบำบัด


บริการจิตสังคมสำหรับผู้ประสบปัญหาแอลกอฮอล์แบบผู้ป่วยใน
   1. รับผู้รับการบำบัดที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์และพิจารณาส่งเข้ารับบริการจิตสังคมบำบัดจากตึกผู้ป่วยใน
   2. ประเมินผู้รับการบำบัดก่อนให้บริการ
      - ประเมินอาการทางจิต โดยใช้แบบประเมิน BPRS (Brief Psychiatric Rating Scal)มีคะแนน ต่ำกว่า 36 คะแนน พิจารณาให้เข้ารับบริการจิตสังคมบำบัดได้
      - ประเมินภาวะถอนพิษสุรา  โดยใช้แบบประเมิน CIWA-Ar(Clinical Institute Withdrawal Assessment for Alcohol Revised Version) คะแนน CIWA- Ar ต่ำกว่า 10 คะแนน  พิจารณาให้เข้ารับบริการจิตสังคมบำบัดได้
      - ประเมินปัญหาจากการดื่ม โดยใช้แบบประเมิน AUDIT (The Alcohol Use Disorders Indentification Test)เพื่อให้บริการตามปัญหาการดื่ม
   3. การติดตามผลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ
      ผู้รับบริการที่ได้รับการบำบัดครบตามโปรแกรม จะได้รับการติดตามผลการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพตามแบบติดตามผลการรักษาภายหลังจบโปรแกรมตามระยะ โดยนัดมาพบที่หน่วยงาน จดหมาย หรือโทรศัพท์
      ในกรณี ผู้รับบริการจิตสังคมบำบัดที่ไม่พร้อมเข้ารับบริการตามโปรแกรม หรือเข้ารับการบำบัดไม่ครบตามโปรแกรม จะมีการติดตามเพื่อเสริมแรงจูงใจให้กลับเข้าสู่กระบวนการบำบัด โดยจดหมายหรือโทรศัพท์ ภายใน 1 เดือน หลังจากการมารับบริการครั้งสุดท้าย






แนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย ติดสุราที่มีภาวะถอนพิษสุราแบบรุนแรง
(Delirium Tremens) พยาบาลสุขภาพจิตชุมชน


งานผู้ป่วยนอก
   1. รับเรื่องจากงานผู้ป่วยนอกเพื่อแจ้งให้ประสานงาน หรือติดตามเยี่ยมผู้ป่วย Delirium Tremen และครอบครัวในชุมชน
   2. จัดทำทะเบียนรับเรื่อง แยกตามแต่ละจังหวัด (ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด หนองคาย อุดรธานี)
   3. ประสานงานในพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลหรือแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยแก่เครือข่ายฯ ภายใน 5 วันทำการเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
   4. ประสานงานกับเครือข่ายในพื้นที่เพื่อประเมินผลการรักษาภายหลังส่งต่อ 1 เดือน
5.ลงบันทึกผลของการรักษาในผู้ป่วย แต่ละรายในทะเบียนรับเรื่อง

งานผู้ป่วยใน
   1. นิเทศงานการพยาบาลตามตึกผู้ป่วยแต่ละโซนจังหวัด รับฟังปัญหาทางการพยาบาลผู้ป่วยและร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหา
   2. จัดทำทะเบียน รับเรื่องการร้องขอจากตึกผู้ป่วยในให้ประสานงานหรือติดตามเยี่ยมผู้ป่วยและครอบครัวในพื้นที่ในแต่ละจังหวัด (ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด)
   3. ประเมินปัญหาผู้ป่วยและความต้องการที่เกี่ยวข้องจากตึกที่ร้องขอ
   4. ประสานงานในพื้นที่เพื่อส่งต่อข้อมูลหรือแนวทางการดูแลช่วยเหลือแก่เครือข่ายฯ ภายใน 5 วันทำการ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
   5. ประสานกับเครือข่ายฯ ในพื้นที่เพื่อประเมินผลการรักษาหลังแพทย์จำหน่าย 1 เดือน
   6. ลงบันทึกผลการติดตามเยี่ยมในทะเบียนรับเรื่องของผู้ป่วยแต่ละราย



โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
169 ถนนชาตะผดุง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น Tel. 0-4322-7422 Fax.0-4322-4722
หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | บริการของเรา | ระบบคุณภาพ | ติดต่อเรา      
Copyright ฎ 2008 jvkk.go.th. All rights reserved. :: view size 600x800 pixels