Quality News ฉบับที่ ๑๓/๒๕๕๑

บันทึกถึงพ่อ

          ถ้าเราอยากรู้ถึงคุณภาพในกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วย เราต้องไปศึกษาจากเวชระเบียน เพราะเวชระเบียนกับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยเป็นของคู่กัน เวชระเบียนที่มีการบันทึกที่สมบูรณ์ มีข้อมูลที่สำคัญ ครบถ้วน ชัดเจน และถูกต้อง จะช่วยให้ประเมินคุณภาพการดูแลผู้ป่วยได้ง่าย

          แต่ถ้าเราอยากจะรู้ที่มาที่ไปของบุคคลที่ได้กระทำคุณงามความดีหรือผลงานดีเด่นต่อโลกใบนี้ ก็ต้องค้นคว้าจากอัตชีวประวัติ หรืออนุสรณ์ที่มีผู้บันทึกเทิดทูนไว้ ไม่ว่าจะบันทึกด้วยการบรรยาย บันทึกด้วยภาพ หรือบันทึกแบบที่ทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งจะเห็นได้ว่าการเขียนบันทึกข้อมูลต่างๆ มีความสำคัญมาก บันทึกที่ดีจะสามารถฉายภาพเหตุการณ์ให้กับผู้ที่มาดูย้อนหลัง เห็นภาพได้อย่างแจ่มชัดเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง

          เรื่องราวเหล่านี้ก็คงเหมือนแง่มุมของการบันทึกเวชระเบียน ซึ่งน่าจะมีแง่มุมอื่นๆนอกจากการทำตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้เพื่อให้ได้คะแนนมากๆ แต่สามารถเติมเต็มคุณค่าได้

นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ได้นำเสนอไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

1. บันทึกที่เหมาะกับความซับซ้อนของโรค บันทึกและบรรยายทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ อย่างครบถ้วน สามารถสะท้อน Conceptual framework ของปัญหาผู้ป่วยในภาพรวมได้

2. บันทึกความคิดที่เกิดขึ้นระหว่างการดูแล ซึ่งระหว่างการดูแลผู้ป่วยนั้น ผู้ให้การดูแลต้องทำการตัดสินใจเลือกทางเลือกนับครั้งไม่ถ้วน ผลของการเลือกจะปรากฏออกมาในรูปของการประเมินสภาวะผู้ป่วย คำสั่งหรือแผนการรักษาหลายครั้งที่มีการตัดสินใจผิดพลาด แต่เราก็สามารถแก้ไขได้ในภายหลังหากมีข้อมูลใหม่ๆ เกิดขึ้น ทางออกอย่างหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการตกเป็นจำเลยของความอ่อนด้อยในมาตรฐานวิชาชีพ คือการที่เราบันทึกสิ่งที่คิดไว้เกี่ยวกับความเป็นไปได้ต่างๆ และเหตุผลที่เลือกตัดสินใจอย่างนั้น

3. บันทึกที่เพื่อนร่วมงานอยากอ่าน แต่ละวิชาชีพมีมุมมองของตนเอง เป็นที่น่าแปลกที่ความแตกต่างนั้นแบ่งแยกความเป็นหนึ่งเดียวในการดูแลผู้ป่วย ทั้งๆที่พยาบาลคือผู้ดูแลผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา มีข้อมูลต่างๆ มากมาย แต่บันทึกของพยาบาลไม่เป็นที่อยากอ่านของแพทย์ หรือทั้งที่แพทย์มีข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์สภาวะของผู้ป่วยซึ่งมีความสำคัญสูงต่อความเป็นความตาย ต่อการหายจากอาการเจ็บป่วย แต่พยาบาลกลับไม่ได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วย

4. บันทึกที่ครอบครัวมีส่วนร่วม ในระหว่างการรับการรักษา ผู้ป่วยมีเรื่องราวมากมายอยากจะบอกเล่าให้แพทย์ พยาบาล ได้รับทราบ รวมถึงความรู้สึกเกี่ยวกับความไม่สบายของตนเอง ความต้องการและความรู้สึกต่อการปฏิบัติที่ได้รับฯลฯ

5. บันทึกด้วยภาพ เพื่ออธิบายเพิ่มเติมจากตัวหนังสือเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย

6. เรียนรู้จากเวชระเบียน เพื่อค้นหาความเสี่ยงเชิงรุก หาจุดอ่อน ช่องโหว่ เพื่อเป็นโอกาสพัฒนา ย้อนกลับมาปรับปรุงระบบหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

 

       ในช่วงนี้มีการรณรงค์ทำความดี “ 116 วันจากวันแม่ ถึง วันพ่อ ” ก็เลยอยากจะเขียนถึงคุณพ่อขึ้นมา .. คุณพ่อของผู้เขียน ท่านเป็นนักอ่าน นักเขียน ท่านมีทักษะในการใช้ภาษาที่สละสลวย แม้แต่ตอนจะตำหนิลูกๆ ถ้าฟังเพลินๆ แทบจะไม่รู้ว่าพ่อกำลังว่าเรา ก่อนที่คุณพ่อจะเสียชีวิต ในช่วงที่ท่านเข้ารับการรักษาตัวในรพ. ด้วยโรคหัวใจ พ่อจะเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆไว้ กิจกรรมต่างๆ ที่พ่อทำ มีทีมการดูแลเป็นใครบ้าง แต่ละคนทำอะไรกับท่านบ้าง ท่านชอบหรือไม่ชอบอะไร พ่อบันทึกตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษา ช่วงรอผลการตรวจร่างกาย ตอนผ่าตัด ตอนพักฟื้นที่รพ. และตอนที่อยู่ใน ICU ซึ่งเวลาที่ต้องสื่อสารกันจำเป็นต้องใช้การเขียน เพราะพ่อใส่เครื่องช่วยหายใจ

      พ่อเขียนบันทึกเหตุการณ์อย่างละเอียด ถี่ถ้วน ทุกครั้งที่หยิบมาอ่านจะรู้สึกเหมือนพ่อกำลังเล่าเรื่องราวต่างๆให้เราฟัง อยู่ใกล้ๆ

      ในตอนหนึ่งของบันทึกขณะที่อยูในรพ. พ่อเขียนว่า “ พ่อชอบให้ลูกๆ เป็นคนเช็ดตัว และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ไม่เสียทีที่มีลูกสาวเป็นพยาบาลเพราะดูแลพ่อได้ แต่คุณครูที่สอนลูกคงสอนไม่เหมือนกับพยาบาลที่มาเฝ้าไข้ เพราะวิธีการดูแลไม่ค่อยเหมือนกันเลย อย่างเวลาลูกเช็ดตัวให้ ลูกจะใช้กาละมัง 4-5 ใบ สำหรับแช่มือ แช่เท้า และเช็ดตัว ใช้สบู่เหลวแบบหอมๆ มีคุณสมบัติพิเศษชนิดที่คลายเครียด คลายกังวลได้ด้วย พ่อบอกว่าพ่อชอบมาก.. อุปกรณ์ที่ใช้ก็มีสารพัดชนิด จนพ่องงไปด้วย ขั้นตอนก็มากมาย จนพ่อต้องช่วยจำ ต้องคอยเตือนว่าขวดนี้ครีมทาหน้า ขวดนี้ใช้ทาส้นเท้า และอย่าเผลอเอาผ้าเช็ดเท้ามาเช็ดหน้าให้พ่ออีกนะ .. อยู่รพ.กินอะไรก็ไม่อร่อย เพราะคุณหมอจำกัดน้ำ จำกัดอาหารไม่ให้กินเค็ม เวลาคนยกอาหารมาให้พ่อต้องโกหกว่าจะรอกินข้าวกลางวัน / ข้าวเย็นพร้อมลูก เพราะลูกจะมาพร้อม หมูทอด สุกี้ทะเล และเกี๊ยวกุ้งซีพีของโปรด รสชาติดีที่พ่อชอบ แต่ต้องแอบทำไม่ให้พยาบาลเห็น .. พ่อจะมีความสุขมากเวลาที่ร้องขออะไรแล้วคุณหมอ คุณพยาบาลให้ความสนใจจัดหาให้ เช่น ปฏิทินที่บอกข้างขึ้นข้างแรมและต้องมีรูปในหลวงด้วย พ่อขอดอกไม้วางที่หัวเตียงจำนวน 5 คู่ ขอให้เปิดเพลงเบาๆ ให้พ่อฟังก่อนนอน .. พ่อชอบเวลาที่ทีมนักเรียนนักศึกษามาสอบถามอาการด้วยความกระตือรือร้น ด้วยความสุภาพ พ่ออยากให้เค้ามีความรู้มากๆ จะได้ไปช่วยคนอื่นๆ ต่อได้ .. พ่ออยากให้เราขอบคุณพยาบาลพิเศษที่ดูแลพ่อ อย่าไปตำหนิหรือว่าอะไรเค้า เพราะพ่อเห็นเค้าร้องให้ เค้าคงรู้ว่าพ่ออาการหนัก .. พ่อบอกว่า ทุกคนทำหน้าที่เต็มที่แล้ว .. เวลาต้องตรวจหรือรับการรักษาพิเศษ พ่ออยากให้ลูกอยู่ใกล้ๆ อยากให้จับมือแน่นๆ อยากมองเห็นลูกๆ ไม่อยากให้ใครมาไล่ลูกออกไปไหน แม้แต่เวลา CPR ”

 

 

TIP..

พ่อ.. คือผู้ยิ่งใหญ่ ให้ชีวิต

ให้ข้อคิด ชี้ทาง สว่างไสว

เป็นเสาหลัก ผลักดัน กำลังใจ

เรื่องน้อยใหญ่ ท้าทาย ให้สู้ทน

พ่อ.. คือผู้ยิ่งใหญ่ ในการสร้าง

ทุกเส้นทาง ล้วนดี มีกุศล

สอนลูกให้ เป็นคนดี ในกมล

ลูกห้าคน เป็นบัณฑิต พิชิตชัย

พ่อ.. อดทน ทุ่มงาน เป็นฐานหลัก

ให้ลูกรัก เจริญรอย ทั้งน้อยใหญ่

พ่อตัวอย่าง ของลูก ตลอดไป

เหนือดวงใจ เหนือเศียรเกล้า นิรันดร.

 

“ รศ.ดร.จุฬาภรณ์ โสตะ ” .. ประพันธ์

 

      ผู้แต่ง : นวพร ตรีโอษฐ์  E-Mail : nawapooh@hotmail.com 

^_^ ...   แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ   สวัสดีค่ะ   .. ^_^
สำนักงานคุณภาพ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
โทร.  0-4322-7422  ต่อ  2202