Research Database

รหัสวิจัย : Code Research
2450
ชื่อเรื่องภาษาไทย:Thai Title
ระบาดวิทยาปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่น ปี 2548
ชื่อภาษาอังกฤษ:English Title
THE EPIDEMIOLOGY OF EMOTIONAL AND BEHAVIORAL PROBLEMS AMONG CHILDREN AND ADOLESCENTS.-
ผู้แต่ง: Author
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
หน่วยงาน:Department
สำนักสุขภาพจิตสังคม
ปีที่ดำเนินการ:
 2548
บทคัดย่อ : Abstract

หลักการและเหตุผล การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ควรเริ่มต้นพัฒนาตั้งแต่วัยเด็กให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งด้านร่างกาย/จิตใจ อารมณ์และสังคม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วมีการแข่งขันกันในการประกอบอาชีพ รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวขาดหายไป นำไปสู่ความรุนแรงและความห่างเหินกันภายในครอบครัว เกิดปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวชตามมา กรมสุขภาพจิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่น จึงได้สำรวจระบาดวิทยาปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่นในปี 2548 เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนกำหนดแนวทางในการพัฒนางานเพื่อสุขภาพจิตที่ดีของเด็กและวัยรุ่น วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความชุกของปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่นและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก ตามการรับรู้ของเด็กและวัยรุ่น ระเบียบวิธีวิจัย รูปแบบการศึกษานี้เป็นการสำรวจในชุมชนแบบภาคตัดขวางในช่วงเวลาหนึ่ง (cross sectional descriptive study, community survey) ประชากรที่ศึกษามีอายุระหว่าง 6-18 ปี ทั้งเพศชายและเพศหญิง จำนวนทั้งสิ้น 13,500 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ Stratified three-stage cluster sampling ใน 4 ภาคและกรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปสำหรับเด็ก แบบสำรวจพฤติกรรมเด็ก (Thai Youth Checklist) แบบวัดความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่ ลูก (Parental Bonding Instrument) ทำการเก็บข้อมูลโดยคณะทำงานสำรวจข้อมูลภาคสนาม นำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา โดยใช้สูตรการคำนวณที่สอดคล้องกับการเลือกตัวอย่างเชิงความน่าจะเป็น สรุปผลการศึกษา ผลการศึกษาพบว่าเด็กและวัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรม(ร้อยละ 84-88) มีเพียงร้อยละ 12-16 เท่านั้นที่มีปัญหากลุ่มที่มีปัญหาในระดับผิดปกติที่ต้องพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นกลุ่มวัยรุ่นหญิงร้อยละ 8.1 วัยรุ่นชาย ร้อยละ 7.5 เด็กชายร้อยละ 5.7 และเด็กหญิงร้อยละ 5.2 ภาคใต้ทั้งเด็กและวัยรุ่นมีปัญหาในระดับผิดปกติมากกว่าภาคอื่นๆ และพบปัญหาผิดปกติน้อยที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่ ลูก ตามการรับรู้ของเด็กและวัยรุ่น ส่วนใหญ่รูปแบบพ่อแม่แสดงความรักเอาใจใส่แต่ควบคุมไม่มากเกินไป คือ ร้อยละ 30-38 โดยพบความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้มากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และน้อยที่สุดในภาคใต้ สรุปผลการศึกษาดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานดูแลสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมต่อไป ข้อเสนอแนะ จากผลการศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานดูแลสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมในแต่ละพื้นที่และจัดระบบบริการสาธารณสุขให้สอดคล้องกับปัญหาความต้องการ รวมถึงการเฝ้าระวังปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่นไทยในชุมชนอย่างต่อเนื่องต่อไป


 
อ้างอิง :Reference
การประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2549