Research Database

รหัสวิจัย : Code Research
534
ชื่อเรื่องภาษาไทย:Thai Title
ความรู้แลเจตคติต่อโรคลมชักของประชาชนทั่วไป
ชื่อภาษาอังกฤษ:English Title
-
ผู้แต่ง: Author
1.พญ.อรวรรณ ศิลปะกิจ นายแพทย์ 9 วช.
หน่วยงาน:Department
-
ปีที่ดำเนินการ:
 2546
บทคัดย่อ : Abstract

  การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความรู้ และเจตคิต่อโรคลมชักชนิดไม่ซับซ้อนของประชาชนทั่วไปในกรุงเทพมหานครและปริมลฑล เชียงใหม่ อุบลราชานี และสุราษฎธานี ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ 2546 ถึงเดือน มิถุนายน 2546 โดยตอบแบบสอบถามที่ประกอบด้วยข้อมูลทั่วไป ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคลมชักจำนวน 10 ข้อ และเจตคติต่อผู้ป่วยลมชักด้านบุคลิก อารมณ์โอกาสการทำงาน โดยการประเมินค่าระหว่าง 1 – 7 จำนวน 30 ข้อ โดยการสุ่มตัวอย่างแบบไม่เฉพาะเจาะจง ผู้วิจัยได้รับแบบสอบถามสมบูรณ์จำนวน 2065 ฉบับ มีข้อมูลไม่สมบูรณ์ แต่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลส่วนใหญ่ได้ 15 ฉบับ รวมเป็น 2080 ฉบับ มีข้อมูลไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูล ได้จำนวน 18 ฉบับ จากจำนวนแบบสอบถามทั้งหมด 2540 ฉบับ คิดเป็นแบบสอบถามที่สามารถวิเคราะห์ได้ร้อยละ 81.9    ผลการศึกษา เพศหญิงร้อยละ 55.4 อายุระหว่าง 11-78 ปี อายุเฉลี่ย 29.16 -12 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีร้อยละ 47.3 อาชีพนักเรียนนักศึกษาร้อยละ 36.7 ไม่มีญาติป่วยเป็นโรคลมชัก ร้อยละ 91 เกี่ยวกับข้อมูลโรคลมชัก ร้อยละ 54 ทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคลมชัก ส่วนใหญ่จากโทรทัศน์ ร้อยละ 64 ไม่รู้วิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยขณะมีอาการชัก ร้อยละ 11 ไม่แน่ใจไม่อนุญาตให้บุตรหลานคลุกคลีหรือเล่นกับผู้ป่วยโรคลมชัก สำหรับความรู้เกี่ยวกับโรคลมชัก ร้อยละ 75 เห็นว่าโรคลมชักส่วนใหญ่รักษาได้ ร้อยละ 40 เข้าใจว่าโรค ลมชักต้องกินยาต่อเนื่องนานตลอดชีวิต และไม่ต้องกินยาสม่ำเสมอ ร้อยละ 27 เห็นว่าผู้ป่วยโรคลมชักเป็นผู้ป่วยทางจิต ร้อยละ 12.33 เห็นว่าโรคลมชักเป็นโรคติดต่อ ร้อยละ 90.4 เห็นว่าถ้าผู้ป่วยกำลังชักควรพยายามงัดปากเพื่อหาอะไรกันกัดลิ้น สำหรับเจตคติต่อผู้ป่วยด้านบุคลิกและพฤติกรรม เห็นว่ามีปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ผู้คนส่วนมากไม่เข้าใจ และมักกลัวที่จะอยู่ใกล้ร้อยละ 54 , 63 , 62 และ 54 ตามลำดับ    สรุป ผลการศึกษาความรู้และเจตคติของประชาชนทั่วไปต่อโรคลมชักยังมีความคลาดเคลื่อนการเผยแพร่ความรู้หรือการให้สุขศึกษาเรื่องลมชักสำหรับประชาชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อโรคสามารถให้การช่วยเหลือขณะมีอาการชัก และปฏิบัติต่อผู้ป่วยอย่างถูกต้องต่อไป


 
อ้างอิง :Reference
-