Research Database

รหัสวิจัย : Code Research
777
ชื่อเรื่องภาษาไทย:Thai Title
ความสัมพันธ์ระหว่างอัตมโนทัศน์ ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลและครอบครัว กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์
ชื่อภาษาอังกฤษ:English Title
-
ผู้แต่ง: Author
1.กฤษณา วงศ์ชู
หน่วยงาน:Department
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปีที่ดำเนินการ:
 2540
บทคัดย่อ : Abstract

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตมโนทัศน์ ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลและครอบครัว กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ ตัวอย่างในการวิจัยเป็นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ที่มารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำนวน 60 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 3 ส่วนคือ แบบสัมภาษณ์ข้อมูลพื้นฐานส่วนบุคคลและครอบครัว แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเอง และแบบวัด อัตมโนทัศน์ของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่าน และหาความเที่ยงของเครื่องมือวิจัยโดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยง เท่ากับ 0.98 ทั้ง 2 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ร้อยละ ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของค่าเฉลี่ย ค่าสัมประสิทธิ์การผันแปร หาความสัมพันธ์โดยใช้การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และใช้การวิเคราะห์การถดถอยพหุคุณเชิงเส้น ผลการวิจัยสรุปผลได้ดังนี้ 1. อัตมโนทัศน์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 (r=0.3185) 2. ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล (อายุ ระดับการศึกษา และระยะของโรค) ปัจจัยพื้นฐานด้านครอบครัว (รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน และลักษณะของครอบครัว) ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3. ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณเชิงเส้น พบว่าอัตมโนทัศน์เป็นตัวทำนายที่ดีที่สุดสามารถทำนายพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยสามารถทำนายพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ ได้ร้อยละ 10.14 ผลการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ คือ พยาบาลควรตระหนักถึงความสำคัญและส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์มีอัตมโนทัศน์ที่ดี สนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ดีแก่ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ โดยการให้คำปรึกษา หรือให้ความรู้ในการปฏิบัติตัวแก่ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ เพื่อจะได้มีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสมต่อไป


 
อ้างอิง :Reference
หนังสือ บทคัดย่อวิทยานิพนธ์และรายงานการค้นคว้าอิสระ 2540 ปี 2541 หน้า 106