โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

[ http://www.jvkk.go.th ]

รหัสวิจัย : Code Research

574

ชื่อเรื่องภาษาไทย:Thai Title

ความรุ้และทัศนคติของบุคลากรต่องานประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ปี 2546

ชื่อภาษาอังกฤษ:English Title

-

ผู้แต่ง: Author

นางนิลวรรณ อึ้งสกุล
และคณะ

หน่วยงาน:Department

งานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ กลุ่มพัฒนาวิชาการ

ปีที่ดำเนินการ:

2546

บทคัดย่อ : Abstract


  การประชาสัมพันธ์ในงานสาธารณสุข เป็นกลวิธีสำคัญในการดำเนินงานสาธารณสุขทุกประเภทส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในสุขภาพอนามัย ส่งเสริมให้มีส่วนสนับสนุนการดำเนินงานตลอดจนสามารถที่จะเรียนรู้การป้องกันและควบคุมโรคต่าง ๆ ตามขีดความสามารถของตนเองและชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน (วาสนา จันทร์สว่าง 2534 : 54) นอกจากนี้งานประชาสัมพันธ์ยังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการบริหารและการบริการ เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน่วยงานสาธารณสุข ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจระหว่างประชาชนกับหน่วยงาน ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นธรรม (นพ.ไพจิตร ปวะบุตร ,การศึกษาและประชาสัมพันธ์กับการพัฒนาสาธารณสุขเพื่อสุขภาพดีถ้วนหน้า , คำปรารภ ครั้งที่ 2 , 2536 : 8)  
ในปัจจุบันการทำงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานหนึ่งในโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ปฏิบัติงานในรูปแบบของคณะกรรมการ โดยมีหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ เป็นกรรมการ สหวิชาชีพ มีบทบาทหน้าที่ในการกำหนด นโยบาย มีผู้ปฏิบัติงานประจำหน่วยงาน 2 คน ทั้งนี้งานประชาสัมพันธ์ จะสำเร็จต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ อาทิ เช่น บุคลากร งบประมาณ การมีส่วยร่วมของบุคลากร การมีความรู้และทัศนคติที่ดี ผู้วิจัยคิดว่าบุคลากรทุกคนควรที่จะมีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่องานประชาสัมพันธ์ ให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรและรวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน การประสานงานที่ดีและความร่วมมือของบุคลากรในหน่วยงานทุกฝ่าย ถ้าบุคลากรไม่มีความรู้ ความเข้าใจ หรือมีทัศนคติที่ไม่ดีต่องานประชาสัมพันธ์การทำงานเกิดความล่าช้า ผู้บาริการไม่เกิดความพึงพอใจ อาจเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อองค์กรได้ นอกจากนี้งานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิต เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ระหว่างบุคลากรทั้งในและนอกหน่วยงาน องค์กร นำไปสู่การร่วมมือ การประสานงานที่ดี เป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน่วยงาน องค์กร ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาความรู้และทัศนคติของบุคลากรต่องานประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาลเพื่อนำผลวิจัยเสนอผู้บริหาร เป็นแนวทางในการวางแผน ปรับปรุง แก้ไข การดำเนินงาน ประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ และเป็นเอกสารในการค้นคว้าข้อมูลวิจัยต่อไป  
วัตถุประสงค์       1.ศึกษาความรู้และทัศนคติของบุคลากรต่องานประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลสวนสราญรมย์       2.ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้และทัศนคติของบุคลากรต่องานประชาสัมพันธ์       3.ศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของบุคลากร  
ขอบเขตการวิจัย  
  - กลุ่มประชากร ได้แก่ บุคลากรโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จำนวน 779 คน  
ระเบียบวิธีวิจัย       1. ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมตัวอย่างจากประชากรที่กำหนด ใช้หลักการเลือกแบบชั้น (Stastifield Sampling) โดยจำแนกตามตำแหน่ง ได้แก่ ข้าราชการ จำนวน 375 คน ลูกจ้างประจำ จำนวน 200 คน ลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 204 คน       2. การสุ่มตัวอย่าง ใช้วิธีการสุ่มแบบจับฉลาก โดยนำรายชื่อประชากรทั้งหมด ได้แก่ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ที่ปฏิบัติงานใน พ.ศ. 2546 ซึ่งจำแนกเป็น ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว เขียนตัวเลขใส่กระดาษ และหยิบฉลากให้ได้ตามจำนวนของขนาดกลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่ม หมายเลขที่หยิบได้ คือ ตัวอย่างของตัวอย่างของผู้ตอบแบบสอบถามงานวิจัยในครั้งนี้       3.ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย  
-ตัวแปรต้น ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งงาน ระยะเวลากรปฏิบัติงาน  
-ตัวแปรตาม ได้แก่ ระดับความรู้ และทัศนคติ       1.เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง       2.การเก็บรวบรวมข้อมูล  
2.1มี่หนังสือนำส่งชี้แจงขอความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามพร้อมระบุวันที่ส่งคืน  
2.2ผู้วิจัยตรวจสอบแบบสอบถามที่ได้รับคืน แล้วนำไปวิเคราะห์ทางสถิติ       4.การวิเคราะห์ข้อมูล ประมวลเพื่อหาค่าสถิติต่าง ๆ ตามตัวแปรที่กำหนดไว้ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS       สรุปผลการวิจัย       ผลการวิจัยพบว่า  
1.ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้ของบุคลากรต่องานประชาสัมพันธ์โรงพยาบาล ได้แก่ บุคลากรอายุ 30-40 ปี การศึกษาปริญญาตรี ปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 11-15 ปี ระดับความรู้สูงกว่า บุคลากรที่มี อายุต่ำกว่า 30 ปี และอายุ 41-50 ปี การศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ระยะเวลาการปฏิบัติงาน 5-10 ปี  
2.ปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติของบุคลากรต่องานประชาสัมพันธ์ ได้แก่ บุคลากรที่มีตำแหน่งเป็นข้าราชการศึกษาปริญญาตรี และสูงกว่าปริญญาตรี ระยะเวลาการปฏิบัติงาน 5-10 ปี  
3.ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานประชาสัทพันธ์ไม่สัมฤทธิ์ผลที่สำคัญได้แก่ ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในโรงพยาบาล รองลงมา ไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรภายในหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความชำนาญในการทำงานประชาสัมพันธ์       ข้อเสนอแนะ       1.1ข้อเสนอแนะสำหรับผู้บริหาร  
1.1.1ผลการวิจัยพบว่า ข้อเสนอแนะของบุคลากรต่อการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ด้านโครงสร้าง รูปแบบ ระบบงาน ส่วนใหญ่ควรปรับปรุงระบบเสียงตามสายให้มีประสิทธิภาพ เสียงดัง ฟังชัดและทั่วถึง รองลงมา ควรกำหนดทิศทาง นโยบาย แผนการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจน ครอบคลุม และมีความเป็นไปได้ ผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะว่า ผู้บริหารทุกฝ่ายควรเข้ามาดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง กำหนดรูปแบบการดำเนินงานที่ชัดเจน มีนโยบายแผนงานทีสอดคล้องกับความต้องการของบุคลากรภายในองค์กร  
1.1.2 ผลการวิจัยพบว่า ข้อเสนอแนะของบุคลากรต่องานประชาสัมพันธ์ ควรจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับงานประชาสัมพันธ์แก่บุคลากรภายในองค์กร เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อหน่วยงาน ผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะว่าควรจัดส่งบุคลากรทุกคน ทุกฝ่ายทุกงานเข้ารับการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องงานประชาสัมพันธ์ เพื่อบุคลากรสามรถนำไปใช้ มีความรอบรู้มากยิ่งขึ้น       1.2 ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ปฏิบัติงาน       ผลการวิจัย  
ข้อเสนอแนะของบุคลากรต่องานประชาสัมพันธ์ พบว่า บุคลากรทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการดำเนินงาน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะว่าควรมีทีมงานประสานงานทุหน่วยงานและบุคลากรที่มีส่วนร่วมในการทำงาน การเสนอข้อมูลการแสดงความคิดเห็น มีการประชุมปรึกษา ระดมความคิดในการดำเนินประชาสัมพันธ์ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเมื่อมีการประสานงานที่ดีแล้ว สิ่งมุ่งหวังต่าง ๆ ที่จะตามมา คือ ช่วยสร้างความเข้าใจในหมู่คณะที่ดี ลดความขัดแย้ง สร้างขวัญในการทำงาน ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้


 

อ้างอิง :Reference

-