ระบบฐานข้อมูลงานวิจัย โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ รวบรวมโดยคณะกรรมการงานวิจัยโรงพยาบาล
|HOME||Download||MenageDatabase||Help||Advanced Search
  Now Online : 7  คน
  Visited NO.:   คน

การดูแลผู้ติดสุราแบบผู้ป่วยในของโรงพยาบาลสวนปรุง : ปัญหา อุปสรรค และการ พัฒนาระบบบริการ

รหัสวิจัย : Code Research

0101210

ชื่อเรื่องภาษาไทย:Thai Title

การดูแลผู้ติดสุราแบบผู้ป่วยในของโรงพยาบาลสวนปรุง : ปัญหา อุปสรรค และการ พัฒนาระบบบริการ

ชื่อภาษาอังกฤษ:English Title

Alcohol Inpatient Service in Suanprung Psychiatric Hospital : Service Problem And Service System Development-

ผู้แต่ง: Author

สุมิตรา ศรสุวววณ
จารุณี รัศมีสุวิวัฒน์
วงเดือน สุนันตา
พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์

หน่วยงาน:Department

โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต

ปีที่ดำเนินการ:

2546-2547

บทคัดย่อ : Abstract


หลักการและเหตุผล จากสถิติผู้ป่วยที่มารับการรักษาด้วยภาวะติดสุราของโรงพยาบาลสวนปรุงที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นเกือบ 2 เท่าในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลสวนปรุงจึงได้ปรับหอผู้ป่วยชาย “ฝ้ายคำ” ขนาด 80 เตียง ให้เป็นหอผู้ป่วยที่ให้การบำบัด รักษาฟื้นฟูและพัฒนาระบบบริการเฉพาะผู้ป่วยชายที่มีสาเหตุจากสุรา ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2546 เป็นต้นมา
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาลักษณะผู้รับบริการ ปัญหาอุปสรรคในการดูแลของบุคลากร และการพัฒนาระบบบริการในหอผู้ป่วยชาย “ฝ้ายคำ”
ขอบเขตการศึกษา ศึกษาเฉพาะการให้บริการผู้ติดสุราในหอผู้ป่วยชาย “ฝ้ายคำ” ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2546 ถึงมิถุนายน 2547 เป็นระยะเวลา 11 เดือน
วิธีการ ทบทวนและศึกษาข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียน สมุดรายงานพยาบาล รายงานความเสี่ยงและแบบรายงานประจำหอผู้ป่วยและการสนทนากลุ่มบุคลากร (Focus group) ดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2546 ถึงเดือนมิถุนายน 2547 โดยวิธีพรรณนา ผลการศึกษา ลักษณะผู้รับบริการในระยะเวลา 11 เดือน หอผู้ป่วยได้ดูแลผู้ป่วยติดสุราชายทั้งหมด 2,000 (1,298) ราย (คน) โดยมีอัตราการครองเตียงร้อยละ 89 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัย Alcohol induced psychotic disorders, Alcohol Dependence และ Alcohol Withdrawal ร้อยละ 52.70, 19.75 และ 18.55 ตามลำดับ ระยะเวลาเฉลี่ยในการอยู่โรงพยาบาลประมาณ 23 วัน ผู้ป่วยกลับมารักษาซ้ำร้อยละ 53.29 ปัญหาแทรกซ้อนทางกายที่พบบ่อย 5 ลำดับแรกคือ ไข้ (ร้อยละ 38.60) ความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 24.56) เบาหวาน (ร้อยละ 13.45) ติดเชื้อ HIV (ร้อยละ 8.77) และวัณโรค (ร้อยละ 7.02) โดยสองภาวะแรกต้องแยกออกจากอาการถอนสุรา (withdrawal symptoms) จำนวนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการส่งต่อโรงพยาบาลฝ่ายกาย มีจำนวน 18 คน เนื่องจากการติดเชื้อ (6 คน) เช่น ติดเชื้อในเส้นเลือด ปอดบวม ภาวะทางสมอง (3 คน) เช่น อุบัติเหตุ CVA โรคตับ (1 คน) อุบัติเหตุ (1 คน) และโรคทางกายอื่นๆ (5 คน) มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตในหอผู้ป่วย 2 คน คาดว่าสาเหตุจากภาวะโปตัสเซียมต่ำ และหัวใจขาดเลือด
ปัญหาอุปสรรคในการดูแลผู้ป่วย พบว่าบุคลากรไม่เพียงพอในเวรบ่ายและดึก บุคลากรขาดความรู้ ความสามารถในการประเมินอาการถอนสุราและการประเมินภาวะแทรกซ้อนทางกาย การจัดสถานที่ไม่เหมาะสมเพื่อการดูแลผู้ป่วยวิกฤต และขาดรูปแบบที่ชัดเจนในการให้บริการด้านจิตสังคมบำบัดเพื่อป้องกันการกลับป่วยซ้ำ
จากปัญหาอุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยดังกล่าวได้ดำเนินการพัฒนาระบบบริการร่วมกับทีม สหวิชาชีพขึ้นได้แก่ 1) พัฒนาระบบการประเมินความรุนแรงของอาการถอนสุราเพื่อพิจารณาให้ยา “ตามอาการ” อย่างเหมาะสมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน 2) พัฒนาแนวทางการดูแลผู้ติดสุราในระยะวิกฤติและแรกรับ 3) พัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยด้านจิตใจและเสริมสร้างแรงจูงใจในการเลิกสุรา เพื่อป้องกันการกลับดื่มซ้ำ และ 4) พัฒนาแนวทางการวางแผนการจำหน่าย ส่งต่อและติดตามผู้ป่วยหลังจำหน่าย
สรุปและข้อเสนอแนะ การดูแลผู้ติดสุราแบบผู้ป่วยใน ควรจัดบริการเฉพาะในระยะวิกฤตช่วง detoxification เพื่อป้องกันการเกิดอาการถอนสุราอย่างรุนแรงและป้องกันการเกิดภาวะ แทรกซ้อนทางกาย และควรจัดบริการด้านจิตสังคมบำบัดเพื่อป้องกันการกลับดื่มซ้ำและวางแผนการติดตามต่อเนื่อง


 

อ้างอิง :Reference

การประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 3 ปี 2547
 


ย้อนกลับย้อนกลับ