ระบบฐานข้อมูลงานวิจัย โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ รวบรวมโดยคณะกรรมการงานวิจัยโรงพยาบาล
|HOME||Download||MenageDatabase||Help||Advanced Search
  Now Online : 4  คน
  Visited NO.:   คน

ผลของการใช้หุ่นยนต์พาโรต่อพฤติกรรมเด็กออทิสติก

รหัสวิจัย : Code Research

0102482

ชื่อเรื่องภาษาไทย:Thai Title

ผลของการใช้หุ่นยนต์พาโรต่อพฤติกรรมเด็กออทิสติก

ชื่อภาษาอังกฤษ:English Title

-

ผู้แต่ง: Author

สมัย ศิริทองถาวร และคณะ

หน่วยงาน:Department

สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์

ปีที่ดำเนินการ:

-

บทคัดย่อ : Abstract


ความสำคัญ เด็กออทิสติกจัดเป็นกลุ่มอาการหนึ่งของความบกพร่องด้านพัฒนาการแบบแผ่กระจาย (Pervasive Developmental Disorder : PDD) ตามสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (American Psychiatric Association, 2000) อาการแสดงออกของเด็กออทิสติกคือเด็กไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ในลักษณะปฏิสัมพันธ์ในลักษณะโต้ตอบบุคคลอื่นได้มีปัญหาภาษาและการสื่อสาร มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ การตอบสนองต่อสิ่งเร้าไม่แน่นอน ขาดจินตการในการเล่น เช่นเล่นสมมติหรือเลียนแบบไม่เป็น การบำบัดทางการรักษาในปัจจุบันเน้นการผสมผสานวิธีการต่าง ๆ ร่วมกันไป นอกจากนี้มีรายงานการศึกษาถึงการนำสัตว์มาช่วยบำบัด เช่น ช้าง ม้า เพื่อให้ได้ผลดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะนำหุ่นยนต์พาโรซึ่งเป็นหุ่นยนต์ตุ๊กตาแมวน้ำมาศึกษาในกลุ่มเด็กออทิสติก
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมด้านการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ปัญหาด้านพฤติกรรม ด้านประสาทการรับสัมผัสของเด็กขณะเล่นกับหุ่นยนต์ ผู้วิจัยศึกษาในเด็กออทิสติก ที่เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยในสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ กำหนดกลุ่มตัวอย่างคือ เด็กมีปัญหาด้านการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น และมีปัญหาด้านพฤติกรรม จำนวน 20 คน โดยเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๆ ละ 5 คน ครั้งละ 20 นาทีทุกวัน ติดต่อกัน 5 วันการจัดกิจกรรมการเล่นมีขั้นตอนเหมือนกันทุกครั้ง ขณะผู้เล่นผู้วิจัยสังเกตการมีปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่ม และปัญหาด้านพฤติกรรมขณะเล่น รวมถึงด้านประสาทการรับสัมผัสของเด็กที่เล่นกับหุ่นยนต์ ผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กออทิสติกเพศชายทั้งหมด 20 คน อายุระหว่าง 2 ปี 7 เดือน ถึง 9 ปี 11 เดือน ขณะเล่นกับหุ่นยนต์พาโรเด็กมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นภายในกลุ่มดีขึ้น โดยพฤติกรรมแยกตัวและพฤติกรรมต่อต้านหรือไม่ให้ความร่วมมือดีขึ้นจำนวนเท่ากันคือ 17 คน คิดเป็นร้อยละ 85 รองลงมาเป็นพฤติกรรมยอมเข้ากลุ่มมองคนอื่นแต่ไม่ร่วมเล่นดีขึ้น 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 65 ปัญหาด้านพฤติกรรมขณะเล่นกลุ่มตัวอย่างมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ดีขึ้น โดยพฤติกรรมวอกแวกง่ายดีขึ้น 17 ราย คิดเป็นร้อยละ 85 รองลงมาตามลำดับคือ ซน ไม่นิ่ง จำนวน 15 ราย คิดเป็นร้อยละ 75 และ เฉยเมย 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 70 ส่วนปัญหาพฤติกรรมด้านไม่ฟังคำสั่งพบว่าดีขึ้น 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 70 สำหรับด้านประสาทการรับสัมผัสพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเท่ากัน 3 ด้านได้แก่ สัมผัสหรือลูบ การหอมหรือการดม และการกอด จำนวน 15 ราย คิดเป็นร้อยละ 75 สรุปผลการวิจัย การนำหุ่นยนต์ที่เป็นตุ๊กตาสัตว์มาให้เด็กออทิสติกเล่นโดยมีผู้ดูแล จะช่วยส่งเสริมให้เด็กออทิสติกมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น และลดปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้


 

อ้างอิง :Reference

การประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2551
 


ย้อนกลับย้อนกลับ