ระบบฐานข้อมูลงานวิจัย โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ รวบรวมโดยคณะกรรมการงานวิจัยโรงพยาบาล
|HOME||Download||MenageDatabase||Help||Advanced Search
  Now Online : 1  คน
  Visited NO.:   คน

การทบทวนการลงบันทึกข้อมูลผู้ป่วยจำหน่าย โรงพยาบาลสวนปรุง

รหัสวิจัย : Code Research

201430006249

ชื่อเรื่องภาษาไทย:Thai Title

การทบทวนการลงบันทึกข้อมูลผู้ป่วยจำหน่าย โรงพยาบาลสวนปรุง

ชื่อภาษาอังกฤษ:English Title

-

ผู้แต่ง: Author

กิตติวรรณ เทียมแก้ว
พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์
ภาวดี (กิตติคุณ) การเร็ว
นิฐนารถ อินต๊ะ

หน่วยงาน:Department

โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

ปีที่ดำเนินการ:

2543

บทคัดย่อ : Abstract


วัตถุประสงค์ การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทบทวนการลงบันทึกข้อมูลผู้ป่วยจำหน่ายของโรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์รองเพื่อศึกษาถึงค่าความคลาดเคลื่อนของการลงบันทึกข้อมูลของผู้ป่วยจำหน่ายของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง (เปรียบเทียบระหว่างช่วงแรกคือ  ช่วงวันที่  1  กุมภาพันธ์-31  มีนาคม  2543  และช่วงหลังคือ  ช่วงวันที่  1 เมษายน-31  พฤษภาคม  2543)
วิธีการ
เก็บรวบรวมข้อมูลความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกของบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากใบสรุปการรักษาของผู้ป่วยใน (ใบ รพจ.14) ใบ Discharge Summary  ที่องค์กรแพทย์ของโรงพยาบาลสวนปรุงได้พัฒนาขึ้นใช้เองในโรงพยาบาลสวนปรุง  เวชระเบียนผู้ป่วย ข้อมูลที่ได้มีการบันทึกไว้แล้วในคอมพิวเตอร์  โปรแกรมอีสาน  3  ที่งานเวชระเบียนและสถิติ  โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน  339  แฟ้ม  ได้จากการสุ่มตัวอย่างจากเวชระเบียนผู้ป่วยจำหน่ายในที่ได้รับการจำหน่ายในช่วงระหว่างวันที่  1  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  2543-31  พฤษภาคม  2543  ซึ่งมีจำนวน  ทั้งสิ้น  2,166 ใน และเก็บรวบรวมข้อความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกในใบสรุปค่าใช้จ่ายจากใบสรุปค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยจำหน่ายทุกรายที่ได้เก็บไว้ ณ กลุ่มงานเภสัชกรรมอีกส่วนหนึ่งในช่วงระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2543-31 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบย้อนหลัง
ผลที่ได้
ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยในคือแพทย์  เจ้าหน้าทีเวชระเบียนฯ และเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาล และเมื่อแยกศึกษาความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลของบุคลากรที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่า ความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลของแพทย์ตามการวิเคราะห์ความผิดพลาดในการลงรหัสของ Donoghue M.  เปรียบเทียบระหว่างการศึกษาช่วงแรกกับช่วงหลังมีจำนวนลดลง  นั่นคือ ความคลาดเคลื่อนในการลงข้อมูลของแพทย์ที่พบมากที่สุดคือ ลง  .8  .9  เพราะการระบุไม่ชัดเจนในแฟ้มผู้ป่วย (จาก  71  ครั้ง  เป็น  36  ครั้ง) รองลงมาคือ รหัสขาดหายจากสรุป แต่พบในแฟ้มผู้ป่วย (จาก 21 ครั้ง เป็น 6 ครั้ง)
ส่วนเหตุผลของความคลาดเคลื่อนอื่น ๆ ที่พบมากที่สุดคือการไม่ลงรหัสให้ ก็มีจำนวนลดลง  (จาก60  ครั้ง  เป็น  39 ครั้ง)  และเมื่อนับจำนวนรวมทั้งหมดพบว่าความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลของแพทย์ลดลงจาก  215  ครั้งเป็น  101  ครั้ง  ส่วนความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลของแพทย์ลดลงจาก  215  ครั้ง  เป็น  101  ครั้ง  ส่วนความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลของเจ้าหน้าที่เวชระเบียน  ฯ  และเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาล  ก็มีจำนวนลดลงเช่นเดียวกัน นั่นคือเจ้าหน้าที่เวชระเบียนฯ  ไม่แนบใบ สรุปการรักษา  ( รพจ.14) ในเวชระเบียน  ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดในช่วงแรก มีจำนวนถึง 61  ครั้ง  แต่กลับไม่พบเลยในช่วงหลัง และในส่วนความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลโดยเฉพาะเรื่องการลงข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วยเมื่อคิดเป็นจำนวนรวมแล้ว จากเดิมสูงถึง  221  ครั้ง  เหลือเพียง  4  ครั้ง  ส่วนความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกเรื่องอื่น ๆ ของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลที่พบสูงสุด  คือ  การไม่แนบใบ  Discharge  Summary  ในเวชระเบียนผู้ป่วยเมื่อไดรับการ  Admit  จากช่วงแรกพบ  10  ครั้งมาเป็นไม่พบเลยในช่วงหลัง
สำหรับการศึกษาความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลในใบสรุปค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยจำหน่ายทั้งหมด 2,166 ราย พบว่า ความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายนั้นมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด คือ เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทุกรายการที่มีความผิดพลาดแล้ว พบว่ามีค่าลดลงจากจำนวน 651,862 บาท ในช่วงแรก มาเป็น 11,170 บาท ในช่วงหลัง และจำนวนรวมของความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลอื่น ๆ ในใบสรุปค่ารักษาพยาบาลก็ลดลงมาจาก 314 มาเป็น 272 ครั้ง แต่เมื่อศึกษาในรายละเอียดกลับพบว่าความคลาดเคลื่อนในการไม่ลงสภาพการจำหน่ายกลับสูงขึ้นคือจาก 74 ครั้ง ในช่วงแรก มาเป็น 101 ครั้งในช่วงหลัง
สรุปและข้อเสนอแนะ
ผลการวิจัยนี้ ทำให้เห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูลของโรงพยาบาลสวนปรุงอยู่ในระดับหนึ่ง แต่มีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงแรกและช่วงหลัง ทั้งนี้เกิดจากการชึ้แจงให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญของการลงบันทึกข้อมูล และการปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน ซึ่งทำให้เกิดความร่วมมือจากบุคลากรทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแพทย์ จึงทำให้ความคลาดเคลื่อนของการบันทึกข้อมูลลดน้อยลง ดังนั้นควรมีการทบทวนการลงบันทึกข้อมูลของผู้ป่วยทั้งหมดของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้เพราะข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ป่วยในแง่ของการรักษา และต่อทางโรงพยาบาลเองทั้งในแง่ของการลดความสูญเสียที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกค่าใช้จ่าย และในแง่ของการมีฐานข้อมูลผู้ป่วยที่ถูกต้องและเหมาะสมกับการไปใช้ในการพัฒนาการบริการผู้ป่วย ยกตัวอย่าง เช่น การนำไปใช้ในเป็นฐานข้อมูลในเรื่องของกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมทางจิตเวช นอกจากนี้ยังจะส่งผลให้ทางโรงพยาบาลมีระบบสารสนเทศที่เอื้อต่อการพัฒนามาตรฐานโรงพยาบาลได้อีกทางหนึ่ง


 

อ้างอิง :Reference

ที่ประชุมวิชาการกรมสุขภาพจิต ครั้งที่ 6 วันที่ 6-8 กันยายน 2543
 


ย้อนกลับย้อนกลับ