ระบบฐานข้อมูลงานวิจัย โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ รวบรวมโดยคณะกรรมการงานวิจัยโรงพยาบาล
|HOME||Download||MenageDatabase||Help||Advanced Search
  Now Online : 13  คน
  Visited NO.:   คน

การระบาดของโรคจิต : การเป็นลม หน้ามืดในนักเรียนชั้นประถมโรงเรียนแห่งหนึ่งจังหวัดมุกดาหาร

รหัสวิจัย : Code Research

400430000081

ชื่อเรื่องภาษาไทย:Thai Title

การระบาดของโรคจิต : การเป็นลม หน้ามืดในนักเรียนชั้นประถมโรงเรียนแห่งหนึ่งจังหวัดมุกดาหาร

ชื่อภาษาอังกฤษ:English Title

-

ผู้แต่ง: Author

ธรณินทร์ กองสุข
จะเด็ด ดียิ่ง
ทิชาพงศ์ หาญสุรภานนท์
รุ่งนภา ประสานทอง
อภิรัตน์ โสกำปัง
วันทนีย์ วัฒนาสุรกิตต์
อรรถพร พันธ์พานิช

หน่วยงาน:Department

กรมสุขภาพจิต กองระบาดวิทยา ศูนย์ระบาดวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระทรวงสาธารณสุข

ปีที่ดำเนินการ:

2543

บทคัดย่อ : Abstract


การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค ศึกษาลักษณะทางระบาดวิทยา และศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคและติดตามประเมินผลการควบุคมป้องกัน วิธีการศึกษาแบ่งเป็น 3 รูปแบบ รูปแบบแรกเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ รูปแบบที่ 2 เป็นการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา และรูปแบบที่ 3 เป็นการศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์แบบ Retrospective cohort study ผลการศึกษาวิจัย พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 20 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด อัตราการป่วยเฉพาะ นักเรียนหญิง ร้อยละ 15.4 (20/130) ค่าเฉลี่ยของอายุเท่ากับ 10 ปี อาการส่วนใหญ่ได้แก่ เป็นลม ร้อยละ 100 วิงเวียน ร้อยละ 80 และไม่รู้สึกตัว ร้อยละ 73.3 ผู้ป่วยมีอาการตั้งแต่ 1-9 ครั้ง อาการเป็นนานประมาณ 30 นาที จากนั้นหายเป็นปกติ ผลการทดสอบทางจิตวิทยาพบว่ากลุ่มผู้ป่วยมีระดับ IQ เฉลี่ย 96 อยู่ในระดับปานกลาง บุคลิกภาพ ส่วนใหญ่เป็นแบบ Weak ego strength หวั่นไหวง่ายต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ มองตนเองเป็นผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอ ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ จิตแพทย์ได้ยืนยันการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคอุปทาน (conversion disorders) ปัจจัยพื้นฐานที่สร้างความเครียดให้กับผู้ป่วยรายแรก (ตุลาคม 2541) พบว่า น่าจะมาจากความเครียดในครอบครัวจากการที่บิดาเสียชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก และมารดาไม่ได้อยู่ดูแล มีปัญหากับผู้ปกครองซึ่งเป็นญาติที่อยู่ด้วยปัจจุบัน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการระบาด ซึ่งวิเคราะห์จากความถดถอยเชิงเส้นในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ 1. การอาศัยอยู่กับญาติมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการเป็น 2.37 เท่าของผู้ที่อาศัยอยู่กับบิดามารดา (RR = 2.37 , 95% CI 1.27 – 5.81) 2. การเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ป่วยรายแรก พบว่า มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการเป็น 4.6 เท่าของนักเรียนที่ไม่ป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (RR = 4.6 , 95%CI 1.79-11.66) 3. ความรู้สึกไม่สบายใจเมื่ออยู่ในโรงเรียน เป็นปัจจัยเสริมในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการเป็น 4.38 เท่าของนักเรียนที่ไม่ป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (RR = 4.38 ,95%CI 1.79-10.77) 4. ปัจจัยที่มีผลกระตุ้นให้เกิดการระบาดในครั้งนี้คือ ความกลัวที่เห็นเพื่อนป่วยในกลุ่มป่วย มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการมากกว่านักเรียนที่ไม่ป่วย 2.97 เท่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (RR = 2.97 , 95%CI 1.76-11.65)


 

อ้างอิง :Reference

-เอกสารประกอบคำขอ พ.ศ 2543
 


ย้อนกลับย้อนกลับ