รายงานการวิจัย

เรื่อง

การศึกษาความถูกต้องของแบบคัดกรองความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

โดย

       น.พ.ทวี
       ตั้งเสรี
       พ.ญ.กนกวรรณ
       กิตติวัฒนากูล
       พ.ญ.ทัศนีย์
       กุลจนะพงศ์พันธ์
       นางวัชนี
       หัตถพนม
       น.ส.วราภรณ์
       รัตนวิศิษฐ์
       นางสุพิน
       พิมพ์เสน

 

โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

 

ได้รับรางวัลที่ 2
ด้านระบาดวิทยา การพัฒนาระบบและงานสุขภาพจิต และการพัฒนางานสุขภาพจิตในชุมชน
ในการประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 2 สุขภาพจิตกับยาเสพติด ปี 2546

 

 

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความถูกต้องของแบบคัดกรองความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

วิธีดำเนินการวิจัย
               เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระยะๆ ที่ 1 ศึกษาความตรงตามเนื้อหาโดยการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ครั้ง พัฒนาแบบคัดกรองฉบับร่าง นำไปทดสอบภาษาที่ใช้โดยการทำ Focus group 10 กลุ่มจาก 5 ภาค ของประเทศ ระยะที่ 2 เป็นการวิเคราะห์คำถาม การศึกษาอำนาจจำแนก การวิเคราะห์ปัจจัย และการศึกษาความตรงตามสภาพโดยเก็บข้อมูลจากผู้มารับบริการ ที่ตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ จำนวน 131 คน กลุ่มตัวอย่างแต่ละคน จะถูกสัมภาษณ์ด้วยแบบคัดกรอง 10 ข้อ และเข้าพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยว่า เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย หรือไม่ โดยจิตแพทย์ใช้ MINI (Mini International Neuropsychiatric Interview) ฉบับภาษาไทยช่วยในการวินิจฉัยโรค ระยะที่ 3 การหาค่าความสอดคล้องในการวินิจฉัยโรคของจิตแพทย์ 2 ท่าน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้มารับบริการที่ตึกผู้ป่วยนอก จำนวน 36 คน โดยพบจิตแพทย์ 2 ท่าน ที่ละคน แพทย์แต่ละท่านไม่ทราบประวัติเก่าของผู้ป่วย ระยะที่ 4 การศึกษาความถูกต้องของเครื่องมือโดยการเก็บข้อมูลจากประชาชน ที่อาศัยอยู่ ณ ตำบลท่ากระเสริม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 715 คน กลุ่มตัวอย่าง แต่ละคนจะถูกสัมภาษณ์ด้วย แบบคัดกรอง และผู้ที่มีคะแนนตั้งแต่ 1 คะแนน พบจิตแพทย์ทุกราย สำหรับคะแนน 0 คะแนน จะแบ่งตามกลุ่มอายุ และสุ่ม เข้าพบแพทย์เพียง  30 % ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล พฤษภาคม 2545 - มิถุนายน 2546 การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงบรรยาย Sensitivity,Specificity,PPV,NPV,Accuracy,Prevalence เป็นต้น

ผลการวิจัย
              1.) แบบคัดกรองมี 3 องค์ประกอบ คือ 1.) Suicidal intention   2.) Servere stress   3.) Medical component  มีคำถาม 10 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (Cronbach's alpha coefficient) 0.719 มีอำนาจจำแนกระหว่างคนปกติและผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P<0.001 2.) ความสอดคล้องในการวินิจฉัยโรค ตรงกันของจิตแพทย์ 2 ท่าน มีค่า Kappa statistic = 0.788 (P<0.001) 3.) สำหรับ Cut off point ที่เหมาะสมของแบบคัดกรองฉบับนี้ คือ 2 คะแนนขึ้นไป มีค่าความไว 84.2% ความจำเพาะ 88.0% PPV 28.3% NPV 99.0% Accuracy 87.8% ความชุกของกลุ่มเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายในชุมชน 5.3%

ข้อเสนอแนะ
              เป็นแบบคัดกรองที่ใช้ในการคัดกรองผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายที่สะดวกและง่ายต่อการนำไปใช้ช่วย คัดกรองกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ในชุมชนและสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิต ของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้

 

 

Abstract

The objective of this study was to validity for suicidal risk screening test.

Methodology :
                  Descriptive study of 4 phase; phase 1) the study of content validity by conducting three meetings of experts to develop the draft of the screening test and tried out with 10 focus groups from 5 regions of the country. Phase 2) includes item analysis, discriminative power, factor analysis and concurrent validity. 131 subject were interviewed by the10 item screening test. The Thai Mini International Neuropsychiatric Interview (MINI) was used by the psychiatrists to analyze the suicidal risk. Phase 3) includes the agreement study between the diagnosis of the two psychiatrists. 36 out-patients were selected. Each individual had to see two psychiatrists one by one. The psychiatrists didn't know the history of the patient. Phase 4) includes the validity study of the instrument, conducted by collecting the data from the 715 people residing at Ta Kraserm Sub-district, Namphong District, KhonKaen. Each subject was interviewed with the screening test. Each with 1 point up needs to see the psychiatrists. But only 30% of the participants who get 0 point would be randomly selected to see the psychiatrists. The data were collected from June 2003. The data were then analyzed by using the descriptive statistics, sensitivity, specificity, PPV, NPV accuracy, prevalence ect.

Result :
               1.) The screening test contains 3 components including 1)Suicidal intention   2) Severe stress 3) Medical component. There are 10 items. Cronbach's alpha coefficient is 0.719. The discriminative power between the normal people and the person with suicidal risk is significantly different at p<0.001. 2.) The agreement study of the two psychiatrists Kappa Statistics is 0.788 (p<0.001)  3.) The validity of suicidal risk screening test in community; the proper cut off point = 2, with sensitivity = 84.2%, specificity = 88.0%, positive predictive value  = 28.3%, negative predictive value = 99.0%, the accuracy of test = 87.8%. prevalence of suicidal risk in community = 5.3%.

Recommendation :
            The test can be used to screen the persons under suicidal risk. It is convenient and easy to be applied in any community settings so that the public health personnel con prevent the risky person at the early stage.