ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติ

  • ประกาศเมื่อ : 28 พฤษภาคม 2562 เวลา 11:15:33
 ยอดเข้าชม 1256 บทความโดย ก.เทคโนโลยีสารสนเทศ

นายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการรพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์กล่าวว่า การฆ่าตัวตายเป็นปรากฎการณ์แสดงถึงความอ่อนแอของบุคคลในการปรับตัวเมื่อต้องเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้น สาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายมาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ ความสัมพันธ์บุคคลเช่นทะเลาะกัน ถูกตำหนิ ดุด่า ครอบครัวมีปัญหาความสัมพันธ์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่มีคนดูแล จะมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จ 4 เท่าตัวของผู้สูงอายุทั่วไป รองลงมาคือ ปัญหาการเจ็บป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงเป็น 3 เท่าของคนที่ฆ่าตัวตายที่ไม่ป่วย และ 3.จากปัญหาเศรษฐกิจ ที่ผ่านมา จะพบจำนวนผู้ฆ่าตัวตายสูงในเดือนมีนาคมและเมษายนเกิน 400 ราย ขณะที่เดือนอื่นๆประมาณ 300 กว่าราย สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงกว่าคนทั่วไปที่ประชาชนต้องช่วยกันเฝ้าระวังมี 5 กลุ่มได้แก่1. ผู้ป่วยโรคจิตเวชที่เกิดจากการเสพสารเสพติด เช่นเหล้า ยาบ้า 2. กลุ่มสูญเสีย หรือผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุรุนแรง 3. กลุ่มที่มีประวัติการฆ่าตัวตาย 4. กลุ่มพฤติกรรมก้าวร้าว อารมณ์หุนหันพลันแล่น และ 5. กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานหรือมีอาการรุนแรง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคทางจิตเวช ทั้งนี้หลักการสังเกตผู้ป่วยที่อาจมีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย หากพบว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงจากเดิมเช่น เก็บตัว ท้อแท้สิ้นหวัง หมดหวังในชีวิต พูดสั่งเสีย ถือว่าเป็นสัญญาณเตือน ขอให้รีบไปพูดคุย จัดการปัญหาให้เบื้องต้น หากยังไม่ดีขึ้น ให้รีบพาไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านให้เร็วที่สุด หรือโทรปรึกษาสายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://suicide.dmh.go.th/

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่มได้ที่ 043 -209999 ต่อ 63308 หรือ  63007